ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 36 จาก 216
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1559/2533
ความว่า ผู้ร้องฎีกา มีทางชนะคดีและมีเหตุที่ศาลฎีกาจะกลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งของศาลชั้นต้นได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 66) คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 26344,84868,90134,90135 และ 90136 แขวงบางซื่อเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร พร้อมบ้านเลขที่ 1340 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 26344 โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ 1ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องอ้างว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดไม่ใช่ของจำเลยที่ 1 แต่เป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นสั่งรับคำร้องขัดทรัพย์ และพร้อมกันนั้นผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่าทรัพย์พิพาทที่โจทก์นำยึด ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,098,000 บาท โดยถือเอาตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ศาลชั้นต้นพิพากษา รวมทั้งดอกเบี้ย แต่ตามราคาประเมินของ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:156/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80,83,90 เรียงกระทงลงโทษฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี กระทงหนึ่ง ฐานพาอาวุธปืน จำคุก 4 เดือนกระทงหนึ่ง กับฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นอันเป็นบทหนัก จำคุก 20 ปี อีกกระทงหนึ่ง รวมจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 21 ปี4 เดือน คำรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนเป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก จำเลยที่ 2 มีกำหนด 14 ปี 2 เดือน 20 วัน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 แต่ให้ขัง จำเลยที่ 2 ไว้ในระหว่างฎีกา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวระหว่างฎีกา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1560/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 102 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 337,937 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 314,437 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 98,97) คำสั่ง ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีกสองปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1561/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 38) สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยเพื่อบังคับตามคำพิพากษาตามยอม จำเลยยื่นคำร้องขอให้ตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการทรัพย์และให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง และให้ประกาศขายทอดตลาดใหม่ จำเลยอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับว่า คำร้องนี้เป็นเรื่องร้องเกี่ยวกับการบังคับคดี เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาสั่ง จำเลยชอบที่จะขอต่อศาลชั้นต้น ให้ยกคำร้อง(อันดับ 16) จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24,23) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1562/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 273) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้โจทก์3,845,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2524 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างฎีกา เฉพาะจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 262,264,263) คำสั่ง ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยมีกำหนด 10 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1563/2533
ความว่า จำเลยทั้งเจ็ดฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยทั้งเจ็ดเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยทั้งเจ็ดไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดแก่ตนตามมาตรา 1601 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้ว่ากันมาแล้วในศาลล่างทั้งสอง นอกจากนี้ยังได้ฎีกาอีกว่าการนับอายุความฟ้องร้องคดีนี้จะนับจากมูลหนี้ตามตั๋วเงินหรือตามอายุความในเรื่องมรดกและโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งเจ็ดไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 107) จำเลยทั้งเจ็ดชำระค่าขึ้นศาลมา 200 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระหนี้ให้กับโจทก์เป็นเงิน 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1564/2533
ความว่า จำเลยทั้งเจ็ดฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ จำเลยทั้งเจ็ดจึงอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นสั่งว่า วันครบกำหนดยื่นฎีกาเป็นวันที่ 27 มิถุนายน 2533วันนี้ (วันที่ 29 มิถุนายน 2533) จำเลยยื่นขอให้รับรองข้อเท็จจริงจึงพ้นกำหนดเวลาแล้ว ไม่รับคำร้อง จำเลยทั้งเจ็ดเห็นว่า การยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น หาจำต้องอยู่ในระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาไม่ เพราะคำร้องดังกล่าวไม่ใช่เป็นอุทธรณ์หรือฎีกาโดยตรง แต่การที่จะรับรองฎีกาในข้อเท็จจริงให้หรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง นอกจากนี้จำเลยได้เลือกใช้สิทธิ ขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รับรอง มิใช่ให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีหรือผู้พิพากษาศาลอื่นใดที่มีความเห็นแย้งเป็นผู้รับรอง ฉะนั้นจำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้รับรองฎีกาในข้อเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1565/2533
ความว่า จำเลยทั้งเจ็ดฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา จำเลยทั้งเจ็ดจึงยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา คดีของจำเลยมีปัญหาทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง หากให้มีการบังคับคดีในระหว่างนี้ จะทำให้จำเลยทั้งเจ็ดได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 107) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระหนี้ให้กับโจทก์เป็นเงิน 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งเจ็ดจะชำระเงินเสร็จให้แก่โจทก์แต่ทั้งนี้จำเลยทั้งเจ็ดไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของนายกวงเอี๋ยวแซ่ตั้ง ผู้ตายที่ตกทอดได้แก่ตน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งเจ็ดฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 96) จำเลยทั้งเจ็ดยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1566/2533
ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์ทั้งสองเห็นว่า การที่จะวินิจฉัยหรือตัดสินคดีว่าการกระทำของจำเลยจะไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 175,177 และ 91 ดังที่โจทก์ฟ้อง เพราะจำเลยมีอำนาจหรือมีสิทธิอันชอบธรรม หรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงก็เป็นยุติโดยจำเลยรู้แล้วว่า เครื่องหมายการค้ารูปแมลงปอมีลวดลายประดิษฐ์ ไม่ใช่ของตน แต่ได้ลอกเลียนมาจากผู้อื่นนั้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อกฎหมาย อีกทั้งคดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัย ข้อเท็จจริงว่า โจทก์เลียนแบบเครื่องหมายการค้าของจำเลย ดังนั้น หากศาลจะตัดสินว่า เป็นการลอกเลียนหรือเลียนแบบเครื่องหมายการค้า ของโจทก์หรือของ จำเลยก็ดีและเครื่องหมายการค้าที่ลอกเลียนหรือ เลียนแบบเครื่องหมาย การค้าทั้งสองนั้นจะเป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1567/2533
ความว่า คดีนี้ทนายโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์ทราบแล้วว่า นายอรุณเรืองเพชรทนายโจทก์ไม่ได้ประกอบอาชีพทนายความโดยไปดำรงตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานีแล้วไม่ได้ติดต่อกับโจทก์อีกเลยโจทก์ก็ชอบที่จะถอนทนายโจทก์คนนี้ขณะคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้ทุกเมื่อ และติดตามฟังผลคดีด้วยตนเองเพื่อจะใช้สิทธิยื่นฎีกา ดังนั้นการที่มีผู้รับหมายนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไว้แทนทนายโจทก์ แล้วไม่แจ้งให้โจทก์ทราบ จึงเป็นความบกพร่องผิดพลาดของโจทก์ ไม่ใช่เป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยที่จะขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้โจทก์ ให้ยกคำร้อง โจทก์ทั้งสองเห็นว่า โจทก์ไม่สามารถถอน นายอรุณเรืองเพชรจากการเป็นทนายโจทก์คนเดิมในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้ เพราะเพิ่งทราบว่านายอรุณไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานีเมื่อศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วซึ่งหลังจากนั้นโจทก์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1568/2533
ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ขอศาลได้โปรดหมายแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาอำเภอคง ระงับการทำนิติกรรมใด ๆเกี่ยวกับที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3)เลขที่ 32 ตำบลเมืองคง อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุดโปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 194 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 181,183) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ให้ระงับการทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในคดีนี้ไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งนี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทราบ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1569/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ได้ยื่นฎีกา บัดนี้ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกาและขอศาลได้โปรดสั่งคืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาให้ด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 140) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 297,500 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีคิดจากต้นเงิน 150,000 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายผาด แสนคม ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติก็ให้ยึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3ก.) เลขที่ 1,8 และ 1067 ตำบลลาดตะเคียนอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา (อันดับ 110) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:157/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 20,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,15 ฯลฯจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน ลงโทษกักขังมีกำหนด 2 เดือน แทนโทษจำคุก จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 29,26) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 40,000 บาท (อันดับ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกามาจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1570/2533
ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีของโจทก์ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ไม่รับฎีกาโจทก์ โจทก์เห็นว่า คำเบิกความของจำเลยเกี่ยวกับข้อหาที่จำเลยฟ้องโจทก์ เป็นข้อสำคัญในคดี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โจทก์มีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 169 แผ่นที่ 2) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 162) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 164) คำสั่ง คดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ จึงห้ามมิให้คู่ความฎีกาไม่ว่าในปัญหาข้อเท็จจริงหรือปัญหาข้อกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจาร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1571/2533
ความว่า จำเลยฎีกา โจทก์ไม่มีทางชนะคดีจำเลยได้ ถ้าจำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้วต้องได้รับความเสียหายมาก โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 104) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 100,000 บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 87,85) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยนำหลักทรัพย์มาวางประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 54,63) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2529 เป็นต้นไปจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 1 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1572/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 122) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์จำนวน 13,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 117,116) จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 2 วางหลักทรัพย์ไว้เป็นประกัน (อันดับ 103,104) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยมีกำหนดหกปีมาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1573/2533
ความว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 97) ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 2 ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล.70/2524 ของศาลแพ่ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอเข้าว่าคดีแทนจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง และให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เล่ม 75 หน้า 18 ทะเบียนการครอบครองที่ดินเลขที่ 253 หมู่ที่ 9 ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่นจำเลยที่ 1 และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ฎีกา(อันดับ 88,93) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 94) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับจำเลยที่ 2 ไว้ในระหว่างฎีกา ห้ามจำเลยท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1574/2533
ความว่า ผู้ร้องฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 171) คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยรวม 6 รายการ เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึดอ้างว่าในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 553/2531 ระหว่างผู้ร้องซึ่งเป็นโจทก์และนายไคลบัวพรหมมีโดยนายอนุวัฒน์ บัวพรหมมี เข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลย ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความและผู้ร้องเป็นผู้ซื้อที่ดินที่โจทก์คดีนี้นำยึด ผู้ร้องย่อมอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 โจทก์ไม่มีอำนาจที่จะนำยึดให้กระทบกระเทือนถึงสิทธิดังกล่าวของผู้ร้องได้ โจทก์คัดค้านว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1575/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 50,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,15 จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ลงโทษฐานเป็นเจ้ามือ จำคุก 3 เดือน ปรับ 2,450 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 22,21) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 5) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1576/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก แต่คำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนและข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่ามีความประสงค์ที่จะยื่นฎีกา (อันดับ 1 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน80,000 บาท (อันดับ 2,4) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อ …