ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 37 จาก 216
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1577/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 กระทงหนึ่ง จำคุก 5 ปี และมีความผิดตามมาตรา 371 อีกกระทงหนึ่ง ปรับ 100 บาท รวมจำคุก 5 ปีปรับ 100 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 มีกำหนด 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 25) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน120,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2 แผ่นที่ 2, อันดับ 12) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1578/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,295 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษ ฐานพาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไปในหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 2 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 3 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก,72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 จำคุก 10 ปีข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:158/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกามีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 175) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 7059 ตำบลบางทรายอำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ตามแนวเส้นสีม่วงและสีเขียวในแผนที่วิวาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ให้จำเลยนำโฉนดที่ดินดังกล่าวไปให้พนักงานที่ดินรังวัดแบ่งแยกให้โจทก์ถือกรรมสิทธิ์โดยปลอดจากจำนอง คำขออื่นและคำฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 170,171) จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 156) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้โดยห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆเกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:159/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 110) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 500,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปีของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้อง (วันที่ 8 มกราคม 2528) ให้คิดได้ไม่เกิน 115,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 108,107) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์แต่จำเลยไม่วางหลักประกันภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด(อันดับ 94 แผ่นที่ 2,95) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบสองต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 12 มกราคม 2526 จนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั …
- ฎีกาที่ 160/2533
ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยมีเครื่องชั่งที่ผิดอัตราไว้เพื่อใช้เอาเปรียบในการค้า โดยชั่งสินค้าจำหน่ายแก่ผู้ซื้อ กับได้ ใช้เครื่องชั่งที่ผิดอัตรานั้นทำการชั่งสินค้าจำหน่ายแก่ลูกค้าผู้ซื้อเพื่อเอาเปรียบในการค้า ฟ้องของโจทก์จึงชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดต่อ พ.ร.บ. มาตราชั่ง ตวง วัดฯ และ ป.อ.มาตรา 270 ตามที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลย ส่วน บุคคลที่เสียหายจะเป็นใครนั้น หาใช่สาระสำคัญที่โจทก์จำต้องกล่าวมาในฟ้องด้วยไม่เพราะเป็นรายละเอียดที่โจทก์อาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ฟ้องของโจทก์ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) แล้ว จำเลยรับจ้าง ศ. ซึ่งเป็นญาติขายอาหารสำเร็จรูปประเภทขนมปังกรอบในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยเป็นผู้ครอบครองเครื่องชั่งที่ผิดอัตราเท่านั้น หาใช่เจ้าของกิจการพาณิชย์ ตามฟ้องไม่ และจำเลยมีภาระต้องเลี้ยงดูภริยา และให้ความอุปการะบุตรที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเล่าเรียนอีก 3 คน ทั้งระหว่างถูกคุมความประพฤติต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:160/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 66) ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าอากรที่เรียกเก็บเกินไปจำนวน 1,268,136.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.625 ต่อเดือนในต้นเงินดังกล่าวนับจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยกกับให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ (อันดับ 63,62 แผ่นที่ 2) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 62) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1600/2533
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ฎีกาข้อ 2เป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการรับฟังข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การฎีกาข้อกฎหมาย จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ฎีกาข้อ 2.2เป็นฎีกาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยฎีกาข้อ 2หรือ 2.1 เป็นปัญหาว่าศาลอุทธรณ์ไม่อาศัยข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้นในการวินิจฉัยคดี และฎีกาข้อ 2.2 เป็นปัญหาว่า ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงที่ปรากฏในท้องสำนวน และการคิดทุนทรัพย์ชั้นฎีกาควรคิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์มิใช่คิดตามทุนทรัพย์ในศาลชั้นต้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปและมีคำสั่งคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินให้แก่จำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 76 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงิน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1601/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 72) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์ 40,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2528เป็นต้นไปจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 69,68) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่จำเลยไม่วางหลักประกันตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 54,60) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2528 ถึงวันทราบคำสั่งนี้ และต่อไปอีก1 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1602/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 134 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือที่ 1070/2/02766 ลงวันที่ 22 กันยายน 2525และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์นั้นเสีย ให้เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1ดำเนินการสั่งคำร้องขอคืนภาษีอากรของโจทก์ ฉบับลงวันที่ 9 ตุลาคมพ.ศ. 2522 ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 133(พ.ศ. 2516) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2516 ต่อไปโจทก์และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ต่างฎีกา เฉพาะจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 130,132,131) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1603/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340,340 ตรี,91,83 จำคุกคนละ 18 ปีและจำเลยที่ 1 ผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 วรรคสาม,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง ฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นจำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัว จำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 19 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำเลยที่ 1 จำคุก 12 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 2 จำคุก12 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา (อันดับ 74) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของทนายจำเลยทั้งสอง (อันดับ 67, …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1604/2533
ความว่า เนื่องจากคดีนี้โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดและอายัดทรัพย์สินคือสิทธิการเช่าโทรศัพท์และที่ดิน 7 แปลง ของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาแต่ได้ถูกนางรุ่งศรีจำเลยที่2และนายเสรีสุวรรณภานนท์ ทนายความของจำเลยที่ 2(จำเลยที่ 1 ไม่มีทนายความจึงขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา) ซึ่งบุคคลทั้งสองอ้างว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 แต่ไม่เคยแสดงหนังสือมอบอำนาจต่อโจทก์เลย และบุคคลดังกล่าวได้คัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ด้วยวาจาคำร้องและด้วยการอุทธรณ์คัดค้านตลอดมา จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ขายที่ดินของจำเลยที่ 1ทีละแปลงและขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด โดยมิได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์ตามกฎหมาย และอำนาจหน้าที่การขายแยกหรือขายรวมก็เป็นของเจ้าพนักงานบังคับคดี จึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบและเป็นการยื่นฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ส่วนที่จำเลยร้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1605/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 84) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ 3,736,900 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 8 มกราคม 2528 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 77,76) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1606/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา มีทางชนะคดีโจทก์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 146) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 900,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบเอ็ดต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2525 ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินจนกว่าชำระเสร็จให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 144,143) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยนำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 117 แผ่นที่ 2, อันดับ 122,132) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละยี่สิบเอ็ดต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2525 จนถึงวันทราบคำสั่งนี้ และต่อไปอีก 2 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1607/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 86) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าทดแทนให้แก่โจทก์เพิ่มอีกเป็นเงิน 9,214,372.50 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 7,334,824 บาท นับถัดจากวันฟ้อง(21 พฤษภาคม 2528) จนถึงวันชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 84,83) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 72) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1608/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 198) ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 86,268บาทให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี หนี้จำนวนดังกล่าวให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดในวงเงิน 75,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ดอกเบี้ยนั้นให้คิดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 190,191) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คิดจากวันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี หรือถ้าจำเลยที่ 3 หาประกันสำหรับจำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยที่จำเลยที่ 3จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1609/2533
ความว่า โจทก์ทั้งสองยื่นคำแก้อุทธรณ์ พร้อมกับคำแถลงคัดค้านการขอทุเลาการบังคับ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า โจทก์ไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์และคำแถลงคัดค้านการขอทุเลาการบังคับภายในกำหนด จึงให้รับไว้เป็นคำแถลงการณ์ ต่อมาทนายโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งรับคำแก้อุทธรณ์และคำแถลงคัดค้านการขอทุเลาการบังคับศาลแรงงานกลางสั่งว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าว ให้ยกคำร้อง โจทก์ทั้งสองเห็นว่า การส่งหมายนัด สำเนาอุทธรณ์และสำเนาคำร้องขอทุเลาการบังคับให้ทนายโจทก์ไม่ชอบ เนื่องจากพนักงานไปรษณีย์ไม่ได้ส่งยังภูมิลำเนาหรือสำนักทำการของทนายโจทก์ตามจ่าหน้าซองจดหมายของศาล แต่ส่งไปยังที่สำนักทำการของบุคคลอื่น โดยมีบุคคลอื่นซึ่งมิใช่เป็นตัวแทนหรือเป็นพนักงานของสำนักงานทนายโจทก์เป็นผู้ลงชื่อในใบตอบรับไปรษณีย์ไว้ ทนายโจทก์เพิ่งได้รับหมายนัดสำเนาอุทธรณ์และสำเนาคำร้องขอทุเลาการบังคับเมื่อวันที่ 11มิถุนายน 2533 โ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:161/2533
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายในคดีนี้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 76 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365(3) จำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษกักขังจำเลยมีกำหนด3 เดือนแทนโทษจำคุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 73)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษกักขังจำเลยมีกำหนด3 เดือนแทนโทษจำคุกเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1611/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 96) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยทั้งหมดที่รุกล้ำแนวเขตที่ดินที่แบ่งตามแผนที่พิพาท หากจำเลยไม่ทำการรื้อถอนก็ให้โจทก์ทำการรื้อถอนได้เอง โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ข้อที่ให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนได้เองนั้นเสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 94,93) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 79 แผ่นที่ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1612/2533
ความว่า จำเลยฎีกา เชื่อว่าจะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 89 แผ่นที่ 3)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยคืนเงินมัดจำจำนวน 10,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยก่อนฟ้องจำนวน 228 บาท และใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 15,228 บาทกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวน 15,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะใช้เสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 85,84) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่จำเลยไม่วางหลักประกัน ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 59,73) คำสั่ง ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลา 5 ปี มาให้เป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1613/2533
ความว่า ผู้ร้องฎีกา มีน้ำหนักที่ศาลฎีกาจะพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แถลงคัดค้าน (อันดับ 71)สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้บริษัทราชาเงินทุน จำกัดล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือถึงผู้ร้องให้ชำระหนี้ผู้ร้องปฏิเสธหนี้และขอหักกลบลบหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งว่า เมื่อหักกลบลบหนี้แล้ว บริษัทลูกหนี้ยังคงมีสิทธิเรียกร้องต่อผู้ร้องอยู่อีก 152,728.53 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14 ต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 22 กันยายน 2522เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้ร้องไม่เห็นด้วยคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่ได้เป็นหนี้ตามจำนวนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งมา และไม่อาจเรียกร้องให้ผู้ร้องรับผิดในหนี้ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และให้จำหน่ายหนี้ของผู้ร้องออกจากบัญชีล …