ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 38 จาก 216
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1614/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 2,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม ฯลฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ ในขณะจำเลยกระทำผิดจำเลยมีอายุ 16 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ลงโทษกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในห้า คงจำคุก 4 ปี ฯลฯอาศัยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494มาตรา 31(2) ให้เปลี่ยนโทษจำคุกจำเลย เป็นการส่งตัวจำเลยไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางมีกำหนด 6 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก ฯลฯ การกระทำของจำเลยต่างกรรมกันเป็นความผิดสองกระทง เรียงกระทงลงโทษ จำเลยอายุ 16 ปีเศษลดมาตราส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1615/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335 จำคุก 3 ปี คำให้การจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ฯลฯ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ฯลฯจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 72,71) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 120,000 บาท (อันดับ 3,59) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 1และที่ 2 ยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1616/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา มีมูลพอที่จะชนะคดีได้ในที่สุด โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 132) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้เงิน 102,250.06 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2526จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงิน 80,435.56 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา (อันดับ 128,126) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 125) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยนำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 112แผ่นที่ 2, อันดับ 114 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2526 จนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 1 ปี ม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1617/2533
ความว่า ผู้ร้องยื่นฎีกา มีทางชนะคดีในชั้นฎีกาได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 108) คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามสัญญายืมและค้ำประกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน40,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์ของจำเลยคือเรือนเลขที่ 70และ 176 หมู่ที่ 4 ตำบลธรรมามูล อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาทรวม 2 หลัง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเรือนเลขที่ 176 หรือ 178 เป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องครอบครองมาโดยสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมากว่า 40 ปี ขอให้ปล่อยเรือนดังกล่าว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 104,103) คำสั่ง ตามคำร้องเป็นกรณีขอคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 พิเคราะห …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1618/2533
ความว่า โจทก์ร่วมยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ส่วนข้อที่ว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับข้อพิรุธของเด็กหญิงนวลศรีศรีสกุล มิได้ปรากฏอยู่ในสำนวนนั้น ก็ปรากฏโดยชัดแจ้งซึ่งข้อที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้นวินิจฉัยแล้ว ฎีกาในส่วนนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาเป็นที่ยุติแล้วในศาลอุทธรณ์นั้น ศาลอุทธรณ์ได้รับฟังพยานหลักฐานในสำนวนความคลาดเคลื่อน ทั้งวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปจากพยานหลักฐานในสำนวนความหรือไม่ และการที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์โดยมิได้รับฟังพยานแวดล้อมกรณีของโจทก์และโจทก์ร่วม ย่อมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ว่าด้วยการรับฟังหลักฐานเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาพ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1619/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4,6,9,14,31,35 จำคุก2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของจำเลยและผู้ขอประกัน (อันดับ 39,38,37) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 120,000 บาท (อันดับ 10) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1619/2533
ความ ว่า จำเลย ทั้ง หก ฎีกา คดี มีเหตุ ผล ประกอบ พยานหลักฐาน ทั้งใน ปัญหาข้อเท็จจริง และ ข้อกฎหมาย ที่ จะ ชนะ โจทก์ ได้ โปรด อนุญาตให้ ทุเลาการบังคับ ไว้ ก่อน หมายเหตุ โจทก์ แถลง คัดค้าน ( อันดับ 107) ศาลชั้นต้น พิพากษา ให้ จำเลย ที่ 1 ชำระ เงิน แก่ โจทก์ จำนวน2,000,000 บาท พร้อม ดอกเบี้ย อัตรา ร้อยละ เจ็ด ครึ่ง ต่อ ปี ใน ต้นเงินดังกล่าว นับแต่ วันที่ 21 พฤษภาคม 2528 เป็นต้น ไป จนกว่า จะ ชำระ เสร็จและ ให้ จำเลย ที่ 2 ถึง ที่ 6 ชำระ เงิน แก่ โจทก์ บริษัท ละ 1,000,000 บาทพร้อม ดอกเบี้ย อัตรา ร้อยละ เจ็ด ครึ่ง ต่อ ปี ใน ต้นเงิน ดังกล่าว นับแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2528 เป็นต้น ไป จนกว่า จะ ชำระ เสร็จ คำขอ ของโจทก์ นอกจาก นี้ ให้ยก เสีย ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลย ทั้ง หก ฎีกา และ ยื่น คำร้อง ดังกล่าว ( อันดับ 104, 105) จำเลย ทั้ง หก ได้รับ อนุญาต ให้ ทุเลาการบังคับ ใน ระหว่าง อุทธรณ์โดย จำเลย ทั้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:162/2533
ความว่า เนื่องจากโจทก์ (น่าจะเป็นผู้เสียหาย) ได้รับเงินจากจำเลยเรียบร้อยแล้ว โจทก์ (น่าจะเป็นผู้เสียหาย) จึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไปและขอถอนคำร้องทุกข์คดีนี้ โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 89) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกจำเลยกระทงความผิดละ 3 เดือนรวมสองกระทงเป็นจำคุก 6 เดือน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 69) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 73) ศาลฎีกาสั่งคำร้องและส่งไปศาลชั้นต้นเพื่อนัดคู่ความฟังแล้ววันนัดฟังคำสั่ง ผู้เสียหายยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 89) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวและยังไม่ถึงที่สุด ผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1620/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 69) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน 51,700 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 14พฤศจิกายน 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 67,66) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์โดยนำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 52 แผ่นที่ 2, อันดับ 57) คำสั่ง ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2527 จนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1621/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีมูลพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาและจำนวนค่าเสียหายที่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาไว้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 116 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 128,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 กับให้จำเลยเสียค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ที่ 2 โดยกำหนดค่าทนายความให้ 2,500 บาทสำหรับโจทก์ที่ 1 ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 93,800บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าวนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 114,113) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 104) …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1622/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334,335,352,353,91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353 จำคุกกระทงละ 3 เดือน เรียงกระทงลงโทษรวมจำคุก15 เดือน การนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ (อันดับ 95 แผ่นที่ 2) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 94) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกาสั่งยกคำร้อง (อันดับ 88) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในช …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1623/2533
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ในข้อ 2 ทั้งหมดเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเพราะโจทก์มิได้ฎีกาในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยแต่อย่างใด เทียบแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 1967/2515อีกทั้งกรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177,91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 58) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 59) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามประมวลกฎหมาย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1624/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา มีทางชนะในชั้นฎีกา โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 65) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงินต้น 56,614 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะชำระหนี้ให้โจทก์ครบเรียบร้อย จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 58,57แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1625/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา มีทางชนะในที่สุด โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ยื่นคำร้องคัดค้าน (อันดับ 146) คดีสืบเนื่องจากโจทก์ จำเลย และจำเลยร่วมได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลพิพากษาตามยอม หลังจากศาลพิพากษา แล้วยังมิได้มีการจดทะเบียนภารจำยอมตามคำพิพากษา โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ยื่นคำร้องต่อศาลว่าเส้นทางที่กำหนด ไว้ในสัญญายอมนั้น ตามสภาพที่เป็นจริงแล้วไม่สามารถใช้เดินได้เพราะ มีทั้งเสาไฟฟ้าซุ้มต้นไม้กีดขวางอยู่ ขอให้ศาลไต่สวนแล้วสั่งให้ จดทะเบียนภารจำยอมเพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้ (อันดับ 98) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยให้มีความกว้างยาวเท่าเดิมแต่ให้ย้ายไปจอดบนถนนติดฟุตบาท ด้านที่ตกลงให้จดทะเบียนภารจำยอมแต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ หากไม่ไปให้ใช้คำพิพากษาตามยอมแทนการแสดงเจตนา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1626/2533
ความว่า ผู้ร้องยื่นฎีกา มีทางที่จะชนะคดีได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์จำเลยและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว เฉพาะโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 125,121 แผ่นที่ 2,127)คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินให้โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยคือรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียนแพร่ 70-0243 เพื่อนำขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ดังกล่าวอ้างว่าเป็นของผู้ร้องมิใช่เป็นของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 113,112) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้งดการขายทอดตลาดรถยนต์บรรทุกพิพาทไว้ในระหว่างอุทธรณ์ (สำนวนพ่วง อันดับ 54) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นสมควรให้งดการดำเนินการเกี่ยวกับการขายทอดตลาดตามคำร้องข …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1627/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายรวมหลายประการ ที่ศาลฎีกาอาจมีคำพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 119) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 78,948.60 บาทพร้อมดอกเบี้ยอย่างธรรมดาร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันที่ 4พฤศจิกายน 2526 จนกว่าชำระเสร็จให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในเงินจำนวน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยทบต้นร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2522 จนถึงวันที่ 3 กันยายน 2526 และดอกเบี้ยธรรมดาร้อยละสิบห้าต่อปี ของต้นเงิน 50,000 บาท ซึ่งรวมกับดอกเบี้ยทบต้นดังกล่าว นับแต่วันที่ 4 กันยายน 2526 จนกว่าชำระเสร็จและคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ให้หักเงินจำนวน 5,000 บาท ที่ได้ชำระแล้วในวันที่ 8 กันยายน 2526 ออกจากยอดเงินข้างต้นด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1628/2533
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1ยกอุทธรณ์โจทก์เพราะคดีโจทก์ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกา จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องของโจทก์ควรรับไว้พิจารณาหรือไม่ เพราะจากการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายที่โจทก์ฟ้องแล้วที่จะรับฟังได้ว่าคดีของโจทก์มีมูลที่ศาลจะประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปเพราะการพิจารณาชั้นไต่สวนมูลฟ้องเป็นกระบวนการไต่สวนเพียงเพื่อแสดงว่าคดีของโจทก์มีมูลหรือไม่เท่านั้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 29) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1629-1630/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 107,112)และแถลงคัดค้าน (อันดับ 114) คดีทั้งสองสำนวนนี้โจทก์เป็นบุคคลรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียก นางเอมอรอดุลศิริสวัสดิ์จำเลยที่ 1 ในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 เรียกนายสมศักดิ์ ฉันธนากรและบริษัทเอ็ม.เอส.กิ๊ฟเซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในทั้งสองสำนวนว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3ตามเดิม เรียกนายนิพนธ์นามปิติ จำเลยที่ 1 ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 4 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามในสำนวนแรกร่วมกันชำระเงินจำนวน 100,000 บาท และให้จำเลยทั้งสามในสำนวนหลังร่วมกันชำระเงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในยอดเงินแต่ละยอดดังกล่าว นับแต่วันที่ 25 กันยายน 2527อันเป็นวันที่ธนาค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:163/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกาไว้ บัดนี้โจทก์จำเลยตกลงกันได้ และไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 178) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 3,000,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันที่ 15 มกราคม2526 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จให้แก่โจทก์ หากไม่ชำระให้นำทรัพย์จำนองตามฟ้องขายทอดตลาดชำระหนี้ ในกรณีที่ไม่พอจำนวนหนี้ให้บังคับจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยจนครบจำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 137) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยทนายจำเลยซึ่งมีอำนาจถอนฟ้องลงชื่อในคำร้อง (อันดับ 178,88) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาได้ คืนค่าขึ้นศาลให้จำเลย 3 ใน 4 จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1631/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุก 6 เดือน ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ปรับ 100 บาท รวมจำคุก 6 เดือน ปรับ 100 บาท จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 43แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน70,000 บาท (อันดับ 4,33) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง