ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 39 จาก 216
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1632/2533
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 กระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน และผิดตามมาตรา 295 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน รวม 2 กระทงจำคุก 2 เดือน ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 154) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 166) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยโต้เถียงว่าที่ดินในบริเวณที่เกิดเหตุมิใช่เป็นของโจทก์ร่วมที่ 1 คดีมีเหตุสงสัยในคำเบิกความของพยานโจทก์และโจทก์ร่วมว่าน่าจะมีการสมั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1633/2533
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง วันที่ 19 มิถุนายน 2533 ครบกำหนดฎีกาวันที่19 กรกฎาคม 2533 ดังนั้นเมื่อจำเลยประสงค์จะยื่นฎีกาข้อเท็จจริงโดยขอให้ผู้พิพากษาผู้ร่วมพิจารณาคดีรับรองให้ฎีกา ก็ชอบจะต้องดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว แต่ปรากฏจากคำสั่งศาลอุทธรณ์ว่ามีการรับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2533 อันเป็นการพ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้ว ฉะนั้นจึงไม่รับฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2533 ซึ่งจำเลยเป็นผู้ลงชื่อ จำเลยเห็นว่า คำฟ้องฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2533ซึ่งเป็นฉบับที่จำเลยลงลายมือชื่อและฉบับที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาเป็นฉบับเดียวกันซึ่งจำเลยได้ยื่นไว้ภายในอายุความฎีกาแล้ว โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ระหว่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1634/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอถือคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวและหลักประกันซึ่งยื่นไว้เมื่อวันที่19 มิถุนายน 2533 เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 กระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน และผิดตามมาตรา 295 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 2 เดือน ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 162,163,164) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 167,168) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน30,000 บาท (อันดับ 3,119) คำสั่ง ศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยแล้ว จึงไม่รับคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาไว้พิจารณา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1635/2533
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยฎีกาโต้เถียงการใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอันต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าเอกสารหมาย จ.6 คือทะเบียนบ้านนั้น นายประสิทธิ์ เรืองรอง เป็นผู้นำเอาไปกรอกข้อความลง อันเป็นการฝ่าฝืนเจตนาที่แท้จริงของจำเลยจำเลยจึงไม่ควรรับผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 132) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137,267 ลงโทษตามมาตรา 267 ซึ่งเป็นบทหนัก การกระทำของจำเลยเป็นสองกรรมให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 1 ปีรวมจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 129) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 130) คำสั่ง คดีนี้ศาลอุทธร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1636/2533
ความว่า เนื่องจากโจทก์และจำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกันได้แล้ว โจทก์ไม่ติดใจจะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องโปรดอนุญาต หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยนำโฉนดที่ดินเลขที่ 65543 ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร ไปยังสำนักงานที่ดินสาขาบางเขน กรุงเทพมหานคร เพื่อให้โจทก์ดำเนินการจดทะเบียนโอนขายที่ดินให้บุคคลภายนอกภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันพิพากษา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 38) คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 48) คำสั่ง โจทก์ขอถอนฟ้องเดิมในชั้นฎีกาไม่ได้ จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1637/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14,31 ที่แก้ไขแล้วพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75,76 ฯลฯรวม 3 กระทง ความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ จำคุก 1 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือนความผิดฐานมีกัญชาแห้ง จำคุก 2 ปี ความผิดฐานผลิตกัญชา จำคุก 2 ปีคำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 1 ปี4 เดือน รวม 3 กระทง จำคุก 3 ปี 2 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ที่แก้ไขแล้วมาตรา 31 วรรคแรก กับให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาผลิตและมียาเสพติดให้โทษกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตนอกจากที่แ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1638/2533
ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา เนื่องจากศาลแพ่งธนบุรีมีหนังสือที่ ยธ 0211/5118 ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2529 ไปยังเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร ห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับตึกแถวเลขที่158/104-137 ซอยวัดเจ้ามูล ถนนจรัลสนิทวงศ์ กรุงเทพมหานครจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นตามที่ปรากฏในสำนวนแล้วบัดนี้โจทก์และจำเลยตกลงกันได้ในส่วนเฉพาะตึกแถวห้องเลขที่158/136-137 จึงมีความประสงค์ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เฉพาะตึกแถวเลขที่ดังกล่าว ส่วนตึกแถวที่เหลืออีก 32 ห้อง คือเลขที่ 158/104-135 นั้นขอให้ห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ ในระหว่างฎีกาตามคำสั่งเดิม โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 198) โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนการเช่าตึกแถวเลขที่ 158/104-137 ซอยวัดเจ้ามูลถนนจรัลสนิทวงศ์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ให้แก่ผู้เช่ากับขอให …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1639/2533
ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา 2 ฉบับ ฉบับแรก ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับส่วนฉบับที่สองศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลได้มีคำสั่งไม่รับฎีกาฉบับที่ทนายโจทก์ยื่นไว้แล้วก่อนหน้านี้ อาศัยเหตุผลในคำสั่งศาลดังกล่าวจึงไม่รับฎีกาฉบับนี้ โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายกล่าวคือในข้อ 2.1 เป็นข้อเท็จจริงตามฟ้องและที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยรับฟังมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนเพื่อวินิจฉัยข้อกฎหมาย ส่วนข้อ 2.2 ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,158,159 หรือไม่ และข้อ 2.3 ปัญหาว่าศาลอุทธรณ์ยกเอาเหตุซึ่งไม่ต้องห้ามตามกฎหมายและไม่เป็นประเด็นในคดีซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติแร่พ.ศ. 2510 และกฎกระทรวงไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งตามประมวลกฎหมายวิธ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:164/2533
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 92) ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ยึดสินค้าพิพาทของโจทก์ ตามใบขนสินค้าขาเข้า เลขที่ 057-61533ไว้ โดยให้ส่งมอบให้โจทก์รับไป ส่วนคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 87,86) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1640/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 219) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเนื้อที่ประมาณ 280 ไร่เป็นของโจทก์ ให้จำเลยกับบริวารรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยและบริวารปลูกสร้างในที่ดินพิพาทออกไปเสียจากที่ดินพิพาททั้งหมด ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่พิพาท และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยและบริวารรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาทเสร็จสิ้น ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 214,215) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยวางหลักประกันและทำหนังสือสัญญาค้ำประกันสำหรับเรื่องค่าเสียหายไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 196,199) คำสั่ง พิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1641/2533
ความว่า ผู้ร้องฎีกาคำสั่ง คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์และจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 96 แผ่นที่ 2, อันดับ 92) คดีสืบเนื่องจากโจทก์จำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่า จำเลยทั้งสองยอมออกจากที่ดินโจทก์ โฉนดเลขที่ 15656 ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร และจำเลยทั้งสองหรือบริวารจะจัดการรื้อถอนบ้านเรือนออกจากที่ดินโจทก์ตามฟ้องดังกล่าวภายใน 30 วัน หากผิดสัญญายอมให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการรื้อถอนบ้านเรือนดังกล่าวออกจากที่ดินของโจทก์(อันดับ 16) ศาลชั้นต้นได้พิพากษาคดีไปตามยอมแล้ว แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการบังคับคดี โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการปิดประกาศให้จำเลยและบริวารจัดการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายสิ่งของออกไปจากที่ดินของโจทก์ภายในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2532 ต่อมาผู้ร้อง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:165/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336,336 ทวิ,83 ที่แก้ไขแล้ว จำคุก6 ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 15,500 บาทแก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก,336 ทวิ,83 จำคุก4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 1) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 166/2533
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดิน ส.ค. 1 ที่โจทก์ครอบครองอยู่เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง โดยบรรยายฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์มีอาณาเขตทิศไหนจดที่ดินของใคร และมีพื้นที่เท่าไร โจทก์ได้ครอบครองมาตลอด เช่นนี้ คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ส่วนที่ว่าอาณาเขตที่ดินของโจทก์ด้านไหนมีความกว้างยาวเท่าไร และโจทก์ได้ที่ดินมาตั้งแต่เมื่อไร เป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถสืบในชั้นพิจารณาได้ คำฟ้องของโจทก์จึงสมบูรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง การที่จำเลยคัดค้านการรังวัดที่พิพาทของโจทก์ และห้ามโจทก์ถมที่พิพาทเป็นแต่เพียงการโต้แย้ง สิทธิของโจทก์เท่านั้น เมื่อจำเลยยังไม่ได้เข้าครอบครองที่พิพาท จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้แย่งการครอบครอง และต่อมาแม้จำเลยจะได้ล้อมรั้วและปลูกถั่วในที่ พิพาทอันเป็นการแย่งการครอบครองก็ต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:166/2533
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า ตามมาตรา 220 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ระบุว่า ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงแต่คดีนี้ยังไม่มีการวินิจฉัยในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเลย เพียงแต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องเท่านั้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 19) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ศาลชั้นต้นตรวจฟ้องแล้ว มีคำสั่งว่าคดีที่โจทก์อ้างเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 622/2530 โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระทั้งหมดคือราคารถ ไม่ได้เรียกเอาตัวรถ เป็นการบังคับทางแพ่งไปแล้ว ฟ้องคดีนี้ก็เช่นเดียวกันเป็นมูลทางแพ่ง ไม่เป็นคดีอาญา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:167/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 327) ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นหมายเรียกบริษัทกิจกมลสุโกศลจำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำร้องของจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 โอนทะเบียนและส่งมอบหลักฐานทะเบียนรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า สีน้ำตาล หมายเลขเครื่องที บีวาย63198หมายเลขทะเบียน4บ-6661 กรุงเทพมหานครให้แก่โจทก์โดยให้จำเลยทั้งสี่และจำเลยร่วมเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายหากจำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสี่และจำเลยร่วม และให้จำเลยทั้งสี่และจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงิน 10,800 บาท ให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสี่และจำเลยร่วมชำระเงินให้โจทก์วันละ 50 บาท นับถัดจากวันฟ้องถึงวันที่โจทก์ได้รับโอนทะเบียนและได้รับมอบหลักฐานทะเบียนรถคันพิพาทครบถ้วน ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:168/2533
ความว่า โจทก์ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 85 แผ่นที่ 6) โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับมอบสินค้าสลากฟิลม์หุ้มกระป๋องพร้อมกับใช้เงิน 40,596 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 40,096 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องถึงวันชำระครบถ้วนจำเลยให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับมอบสินค้าสลากฟิลม์หุ้มกระป๋องตามสัญญาตามฟ้อง กับชดใช้ราคาสินค้าเป็นเงิน 40,096 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2528จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้โจทก์ใช้เงินจำนวน 17,184 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2528 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่จำเลย โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 79,78) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าโจทก์หาประกันสำหรับจำนวนเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:169/2533
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 244) ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นหมายเรียกนายสุนทรเรืองธรรมเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำร้องของโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์จำนวน 201,982 บาท เฉพาะจำเลยที่ 3 ให้รับผิดเพียง 100,000 บาท ในวงเงินที่รับประกันภัยพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่เวลาทำละเมิด(1 มีนาคม 2523) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 242,241) จำเลยที่ 3 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 207,222) คำสั่ง ถ้าจำเลยที่ 3 หาประกันสำหรับเงินจำนวนหนึ่งแสนบาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่1 มีนาคม 2523 จนถ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:170-171/2533
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ 3เป็นอุทธรณ์โต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาลเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ไม่รับ คงรับเฉพาะอุทธรณ์จำเลยข้อ 2 และข้อ 4จำเลยเห็นว่า จำเลยได้อุทธรณ์ในข้อ 3 ว่า ศาลแรงงานกลางนำเอกสารที่ยังไม่แน่ชัดมารับฟังเป็นผลร้ายแก่จำเลย ทั้งไม่มีพยานบุคคลผู้ทำเอกสารและตรวจรักษามานำสืบให้แน่ชัดว่าค่ารักษาพยาบาลตามเอกสารที่โจทก์ที่ 2 นำมาขอเบิกนั้นเกี่ยวกับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาทั้งหมดหรือไม่ จึงเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ขัดต่อกฎหมายอุทธรณ์ข้อ 3 จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้อ 3 ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 53)คดีสองสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 …
- ฎีกาที่ 171/2533
การเช่าช่วงอสังหาริมทรัพย์ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 คือจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญใบเสร็จรับเงินซึ่งมิได้มีลายมือชื่อของผู้ให้เช่าหรือผู้ให้เช่าช่วงไม่ใช่หลักฐานการเช่า ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 จัตวา (3) จะต้องมีหลักฐานเบื้องต้นมาแสดงต่อศาลเมื่อตามคำร้อง ของ ผู้ร้องปรากฏว่าผู้ร้องเช่าช่วงตึกแถวพิพาทจากจำเลยโดยไม่มีสัญญาเช่ากับจำเลยหรือโจทก์ และมิได้มีหลักฐานการเช่ามาแสดง ทั้งมิใช่เป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าเพราะเงินกินเปล่าที่ผู้ร้องอ้างว่าได้เสียให้ไป มิใช่เงินช่วยค่าก่อสร้างตึกแถวพิพาท ผู้ร้องจึงไม่อาจยกการเช่าช่วงขึ้นใช้ยันโจทก์ได้ ไม่ว่าโจทก์จะรู้เห็นยินยอมด้วยหรือไม่ กรณีถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจพิเศษตามบ …
- ฎีกาที่ 171/2533
ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลาแปดวันนับแต่วันปิดประกาศตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 จัตวา (3) จะต้องมีหลักฐานเบื้องต้นมาแสดงต่อศาลมิใช่กล่าวอ้างขึ้นมาลอย ๆ การเช่าช่วงที่ผู้ร้องอ้างตามคำร้องก็คือการเช่านั่นเอง เมื่อเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ก็ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ซึ่งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ แต่ตามคำร้องของผู้ร้องปรากฏชัดว่าผู้ร้องเช่าช่วงตึกแถวพิพาทจากจำเลยโดยไม่มีสัญญาเช่ากับจำเลยหรือโจทก์ใบเสร็จรับเงินเอกสารท้ายคำร้องก็มิใช่หลักฐานการเช่าเพราะมิได้มีลายมือชื่อของโจทก์หรือจำเลยลงไว้ ผู้ร้องจึงไม่อาจยกการเช่าช่วงขึ้นใช้ยันโจทก์ได้ ทั้งนี้ไม่ว่าโจทก์จะรู้เห็นยินยอมด้วยหรือไม่ก็ตาม ทั้งมิใช่เป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าอันไม่จำต …