ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 7 จาก 216
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1063/2533
ความว่า จำเลยร่วมฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 425 แผ่นที่ 2)ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นหมายเรียกบริษัทสินมั่นคงประกันภัยจำกัด เข้าเป็นจำเลยร่วม ตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 174,315 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องให้แก่โจทก์จนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้จำเลยร่วมรับผิดชดใช้เป็นเงิน 100,000 บาทจำเลยร่วมฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 421,420) จำเลยร่วมได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 391,388) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยร่วมหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต …
- ฎีกาที่ 1064/2533
กรณีตัวแทนเรียกร้องเอาเงินที่ได้ ทดรองจ่ายไปในกิจการอันตัวการมอบหมายแก่ตน จากตัวการ ไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่นจึงต้อง ใช้ อายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164 การซื้อ ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์มีวัตถุประสงค์เก็ง กำไรจากการขึ้นลงของราคาหุ้นมากกว่าประสงค์ให้มีการโอนใบหุ้นใส่ชื่อ ผู้ซื้อดังนั้น การโอนหุ้นในกรณีนี้จึงไม่ต้องปฏิบัติตาม ป.พ.พ.มาตรา 1129.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1064/2533
ความว่า ผู้ร้องทั้งสองฎีกา ถ้าปล่อยให้บังคับคดีต่อไปโดยทำการขายทอดตลาดบ้านพิพาทจะทำให้ผู้ร้องที่ 1 และบุตรได้รับความลำบากเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีที่อยู่อาศัยอื่นอีก และหากศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ก็จะไม่มีการบังคับคดีแต่อย่างใดโปรดให้งดการขายทอดตลาดบ้านพิพาทไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 75) คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านเลขที่ 42 หมู่ 10ตำบลโพธิ์ขนไก่ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า บ้านที่โจทก์นำยึดไม่ใช่ของจำเลย แต่เป็นของผู้ร้องทั้งสอง ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 71,70) ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้งดการขายหรือจำหน่ายทรัพย์พิพาทระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 57) คำสั่ง พิ …
- ฎีกาที่ 1065/2533
การที่โจทก์ไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลงเพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 198 วรรคสอง ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์มิให้โจทก์ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่กำหนด แต่ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีหรือไม่อยู่ในดุลพินิจ เมื่อโจทก์ยื่นคำขอและศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแล้ว มาตรา 198วรรคสาม ให้ศาลกำหนดวันสืบพยานส่งให้จำเลยทราบ ศาลได้ประกาศวันนัดให้จำเลยยื่นคำให้การและวันนัดสืบพยานโจทก์ทางหนังสือพิมพ์แล้ว และโจทก์ได้มาดำเนินกระบวนพิจารณาตามนัดทุกครั้ง แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป เมื่อศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวนัดหนึ่งแล้วโจทก์ก็อาจมีคำขอต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การได้.
- ฎีกาที่ 1065/2533
การที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 วรรคสองกำหนดว่าถ้าโจทก์ไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การสิ้นสุดลงเพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้นมีวัตถุประสงค์มิให้โจทก์ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่กำหนด แต่ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีหรือไม่ย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาลเมื่อโจทก์ได้มาดำเนินกระบวนพิจารณาตามนัดทุกครั้ง แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป แม้ศาลจะได้ดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียวไปบ้างแล้วโดยโจทก์มิได้มีคำขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การก่อน โจทก์ก็อาจมีคำขอต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การในภายหลังได้
- ฎีกาที่ 1065/2533
ศาลประกาศวันนัดให้จำเลยยื่นคำให้การและวันนัดสืบพยานโจทก์ทางหนังสือพิมพ์ ครั้นถึงวันนัดโจทก์นำพยานเข้าสืบ 1 ปากและส่งเอกสาร 13 ฉบับ แล้วขอเลื่อนไปสืบพยานโจทก์ที่เหลือ ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ต่อ ศาลชั้นต้นตรวจ สำนวนพบว่า จำเลยยังไม่ได้ยื่นคำให้การ และโจทก์ก็ไม่ได้ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จึงมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาในวันนัดสืบพยานครั้งแรกเสีย และให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความกรณีเห็นได้ ว่าโจทก์ได้ มาดำเนิน กระบวนพิจารณาตาม นัดทุกครั้ง แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะดำเนิน คดีต่อไป ดังนี้ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาและให้จำหน่ายคดี เป็นการไม่ชอบ.
- ฎีกาที่ 1065/2533
การที่โจทก์ไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลงเพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 198 วรรคสอง ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์มิให้โจทก์ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่กำหนด แต่ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีหรือไม่อยู่ในดุลพินิจ เมื่อโจทก์ยื่นคำขอและศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแล้ว มาตรา 198 วรรคสาม ให้ศาลกำหนดวันสืบพยานส่งให้จำเลยทราบ ศาลได้ประกาศวันนัดให้จำเลยยื่นคำให้การและวันนัดสืบพยานโจทก์ทางหนังสือพิมพ์แล้ว และโจทก์ได้มาดำเนินกระบวนพิจารณาตามนัดทุกครั้ง แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป เมื่อศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวนัดหนึ่งแล้วโจทก์ก็อาจมีคำขอต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1065/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 80,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางเพลินพิศสิทธิบุศย์ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิงจุติมาฆ์สิทธิบุศย์ ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบสามปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319 วรรคแรก ลงโทษจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือนนอกจากนี้แล้วให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 เดิม อีกกระทงหนึ่ง ลงโทษจำคุก 3 ปี รวมเป็นกระทง จำคุก 5 ปี ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี4 เ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1066-1067/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 251) คดีทั้งสองสำนวนนี้ โจทก์จำเลยเป็นคู่ความรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดที่ 7140 ตำบลคลองกระแซง(บ้านหม้อ) อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ภายในวงเส้นสีแดงในรูปแผนที่ท้ายฟ้องหมาย 2 ในสำนวนแรกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ให้จำเลยรื้อถอนรั้วสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ออก ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินโจทก์ต่อไป และในสำนวนหลังให้จำเลยรื้อถอนขนย้ายสังกะสีที่ทำเป็นรั้วด้านปากตรอก และสิ่งปลูกสร้างส่วนปลายตรอกชั้นล่างที่จำเลยทำเป็นครัวออกจากที่ดินโจทก์แล้วส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ในสภาพเดิม ให้ทุบรื้อถอนพื้นปูนทางเดินหน้าบ้านส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ และส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ในสภาพเดิม ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องหากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนและขนย้ายสิ่งปลูกสร้างข้างต้น ให …
- ฎีกาที่ 1068/2533
คำสั่งศาลที่แสดงว่าที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ใช้ยันจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ แต่เมื่อจำเลยพิสูจน์ได้ว่าโจทก์เข้าอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยเจ้าของเดิมและโจทก์ไม่เคยแสดงการเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมและจำเลยซึ่งเป็นทายาท จำเลยจึงมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ และเมื่อจำเลยไม่ต้องการให้โจทก์อาศัยต่อไปโจทก์ก็ต้องออกจากที่ดินพิพาท.
- ฎีกาที่ 1068/2533
คำสั่งศาลที่แสดงว่าที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ใช้ยันจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ แต่เมื่อจำเลยพิสูจน์ได้ว่าโจทก์เข้าอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยเจ้าของเดิมและโจทก์ไม่เคยแสดงการเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมและจำเลยซึ่งเป็นทายาทจำเลยจึงมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ เมื่อจำเลยไม่ต้องการให้โจทก์อาศัยต่อไป โจทก์ก็ต้องออกจากที่ดินพิพาท
- ฎีกาที่ 1068/2533
คำสั่งของศาลที่สั่งว่า ที่ดินเนื้อที่ 3 งาน ซึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนด ที่ 8087 ของจำเลยตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดย การครอบครองปรปักษ์นั้น เป็นการวินิจฉัยถึง กรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินอันเป็นคุณแก่โจทก์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคสอง(2)จึงใช้ ยันจำเลยซึ่ง เป็นคู่ความภายนอกในคดีนั้นได้ เว้นแต่จำเลยจะพิสูจน์ได้ ว่าตน มี สิทธิดีกว่า.
- ฎีกาที่ 1068/2533
คำสั่งศาลที่แสดงว่าที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ใช้ยันจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ แต่เมื่อจำเลยพิสูจน์ได้ว่าโจทก์เข้าอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยเจ้าของเดิม และโจทก์ไม่เคยแสดงการเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมและจำเลยซึ่งเป็นทายาท จำเลยจึงมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ และเมื่อจำเลยไม่ต้องการให้โจทก์อาศัยต่อไปโจทก์ก็ต้องออกจากที่ดินพิพาท
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1068/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้ขังระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4),83 ลงโทษประหารชีวิตจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิต จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 137) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000บาท (อันดับ 13,116) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน300,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่ม แล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1069/2533
ความว่า จำเลยร่วมฎีกา มีทางชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมแถลงคัดค้าน (อันดับ 117) ระหว่างพิจารณา นายยูโซ๊ะอาแว ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมและนางมือรีแยอีซอ ร้องสอดเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท โดยให้จำเลยรื้อเรือนออกจากที่พิพาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยร่วมฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 109,108) จำเลยร่วมได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 95) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- ฎีกาที่ 1070/2533
ที่ดินที่เช่า เป็นที่ลุ่มลึก หากไม่ทำการปรับและถม ที่ดินก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้ การที่ผู้เช่าปรับและถม ที่ดินสิ้นค่าใช้จ่ายไปเป็นเงิน 150,000 บาท ทำให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น ก็ทำไปเพื่อประโยชน์ของผู้เช่าที่จะก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างและหาผลประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างนั้น ทั้งผู้เช่าก็ไม่ได้รับประโยชน์สิ่งใด นอกจากค่าเช่า ดังนี้ สัญญาเช่าดังกล่าวจึงไม่เป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1070/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีต้องชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 240) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ที่ดินพิพาทภายในเส้นสีเขียวตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.1 หมู่ที่ 10 ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอยจังหวัดกาญจนบุรี เนื้อที่ประมาณ 181 ไร่ 1 งาน 49 ตารางวา โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ให้จำเลยและบริวารขนย้ายออกไปจากที่ของโจทก์และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 5,000 บาท นับแต่วันที่ 31ตุลาคม 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายออกไปจากที่ดินของโจทก์เสร็จ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 229,231) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินค่าเสียหายปีละ 5,000 บาท เป็นเวลา 7 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกาโดยมีเงื่อนไขห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1071/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 84) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 620ตรอกโรงเจถนนเทอดไทแขวงบางยี่เรือเขตธนบุรี ออกไปจากที่ดินส่วนที่ 3 ในโฉนดที่ดินเลขที่ 1011 ของโจทก์ และให้จำเลยส่งมอบที่ดินในสภาพเรียบร้อยให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ 100 บาท นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนบ้านดังกล่าวออกไปจากที่ดินของโจทก์หมดสิ้น จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 77,76) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยนำค่าเสียหายรายเดือนที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2527จนถึงวันฟังคำสั่งนี้มาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดหนึ่งเดือนก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา ส่วนค่าเสียหายเดือนต่อ ๆ ไป ให้จำเลยนำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1072/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 80) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน81,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน81,000 บาท นับแต่วันละเมิดคือวันที่ 20 ธันวาคม 2527 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 76,75) จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 1 ได้วางหลักประกันและทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 58,63) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2527 จนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 1 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำห …
- ฎีกาที่ 1073/2533
ผู้จัดการมรดกอาจกระทำการตามหน้าที่ได้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากทายาท คำร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านอ้างว่าผู้จัดการมรดกไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและจัดการแบ่งปันมรดกไม่ถูกต้อง เมื่อปรากฏจากบัญชีเครือญาติว่าเจ้ามรดกมีทายาทโดยธรรม9 คน แต่ผู้จัดการมรดกแถลงรับต่อศาลว่าแบ่งมรดกให้ทายาทเพียง8 คน โดยไม่แจ้งเหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่แบ่งมรดกให้แก่ทายาทอีกคนหนึ่งศาลต้องไต่สวนให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า การจัดการมรดกถูกต้องและเป็นการละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่หรือไม่ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดไต่สวน ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา.