ปี พ.ศ.: 2536
2,967 รายการ · หน้า 23 จาก 149
- ฎีกาที่ 1609/2536
โจทก์ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้น การที่ศาลชั้นต้นเพียงแต่พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยไม่ระบุให้ชัดเจนว่าให้จำเลยชำระต่อศาลในนามของโจทก์นั้น จึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาแก้ไขให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมในศาลชั้นต้นที่โจทก์ได้รับการยกเว้นต่อศาลในนามของโจทก์ได้
- ฎีกาที่ 161/2536
การที่จำเลยที่ 1 ไม่ตระเตรียมพนักงานประจำสระว่ายน้ำไว้คอยช่วยเหลือผู้ใช้บริการสระว่ายน้ำของจำเลยที่ 1 กับไม่ได้เตรียมอุปกรณ์การช่วยชีวิตผู้ใช้สระว่ายน้ำในทันทีทันใดที่เกิดการช็อคหรือจมน้ำ เป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย แม้จำเลยที่ 1 จะได้ปิดประกาศไว้ที่สระว่ายน้ำว่าจำเลยที่ 1 จะไม่รับผิดชอบใด ๆ เกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สินของผู้มาใช้บริการ ประกาศดังกล่าวก็ไม่ทำให้เป็นข้อแก้ตัวที่จะให้จำเลยที่ 1 พ้นความรับผิด จำเลยที่ 1จึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1610/2536
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเล็กน้อยและคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นในคดีนี้มิใช่เป็นการแก้ไขเล็กน้อย เพราะประเด็นที่วินิจฉัยต่างกัน และการกำหนดโทษจำเลยก็แตกต่างจากศาลชั้นต้นได้กำหนดไว้ เกินกว่า 5 ปี จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 167,168) ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายหงษ์ กวางสุขบิดาผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้จำคุก 15 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาเห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำ …
- ฎีกาที่ 1611/2536
เมื่อผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินพิพาทจนได้กรรมสิทธิ์แล้วไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้กรรมสิทธิ์ของผู้ร้องสิ้นสุดลงโดยการไม่ใช้ ดังนั้นแม้จะปรากฏว่าผู้ร้องไม่ได้ยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมาเป็นเวลา 2 ปี ตราบใดที่ยังไม่มีผู้อื่นมาแย่งกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องหาเสียกรรมสิทธิ์ไปไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องครอบครองที่ดินพิพาทแทนผู้คัดค้าน แต่เป็นการครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาจนครบสิบปี ผู้ร้องย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1611/2536
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาจำเลยที่ว่าการส่งหมายเรียก และสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะจำเลยไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ตามฟ้องโจทก์นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีสืบเนื่องมาจาก จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันกู้ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 28) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 31) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามฎี …
- ฎีกาที่ 1612/2536
การยื่นคำร้องต่อศาลคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด ไม่ใช่เป็นการร้องต่อศาลเพราะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ให้ถอนยึดทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย ฯมาตรา 158 แต่เป็นกรณีที่ร้องต่อศาลตามมาตรา 146 ว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ให้ถอนการยึดไม่ชอบ ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดทรัพย์ต่อไป เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 เดิม ผู้ร้องร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปล่อยทรัพย์ที่ยึดจำนวน 20 รายการ เป็นเครื่องปรับอากาศและเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งผู้ร้องนำมาติดตั้งและประดับบ้านของผู้ร้อง และผู้ร้องได้ให้จำเลยทั้งสองอยู่อาศัยกับใช้สอยทรัพย์ 20 รายการนั้น โดยมิได้ยกให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลยทั้งสอง แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้ร้องได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านดังกล่าวให้แก่บุตรสาว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1612/2536
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์90,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เพราะเป็นการบังคับให้จำเลย แสดงเจตนาและทำนิติกรรมแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารมหาชน ของทางราชการ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาไม่ว่าในปัญหาใด ๆ และเป็นคดีที่สำคัญควรได้รับการพิจารณาจากศาลฎีกา นอกจากนี้ฎีกาของจำเลยที่ว่าการวินิจฉัยคดีของศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 231) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 2518 ถึง 2528 ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยดำเนินการถอนชื่อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1616/2536
ความว่า ผู้ร้องฎีกา หากโจทก์บังคับคดีและต่อมาผู้ร้องชนะคดี จะทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 120) คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์แต่จำเลยทั้งเจ็ดไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอบังคับคดีและนำเจ้าพนักงาน บังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 2825 ตำบลสำโรงเหนือ (สำโรงฝั่งเหนือ) อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการพร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้เพื่อบังคับชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์พิพาทที่โจทก์นำยึด ศาลชั้นต้นพิพากษา ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 112,114) คำสั่ง ตามคำร้องพอแปลได้ว่าเป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 และศาลฎีกาเห็นว่ามีเหตุสมควร จึงให้งดกา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1618/2536
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์โจทก์อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น คำสั่งดังกล่าวจึงถึงที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า โจทก์ฎีกาว่าคำพิพากษาและคำสั่ง ศาลชั้นต้นและคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยนอกประเด็น และขัดต่อกฎหมาย อุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 อีกทั้งขั้นไต่สวนมูลฟ้อง ถ้าศาลมีคำสั่งยกฟ้อง โดยไม่ใช้รูปคำพิพากษา อุทธรณ์ของโจทก์ก็ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ ข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวง และวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 22 แต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 37) โจทก์ฟ้องข …
- ฎีกาที่ 1619/2536
ขณะที่จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและยึดอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้เป็นของกลางนั้น ไม่มีพฤติการณ์ใดส่อแสดงว่าจำเลยพาอาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวเพื่อจะใช้ในการกระทำผิด หรือเพื่อจะก่อเหตุร้ายขึ้น ทั้งกระสุนปืนที่บรรจุอยู่กับอาวุธปืนก็มีอยู่เพียงนัดเดียว ความผิดของจำเลยจึงไม่ร้ายแรงนัก เมื่อจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนประกอบกับเคยได้กระทำคุณงานความดีโดยเข้าร่วมกับกลุ่มหนุ่มสาวพัฒนาหมู่บ้านของจำเลยจนได้รับรางวัลดีเด่นของหมู่บ้านจึงมีเหตุอันควรปรานี ที่จะให้รอการลงโทษจำเลยไว้
ป.อ. 56พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 8 ทวิพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72 ทวิ - ฎีกาที่ 1619/2536
ขณะที่จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและยึดอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้เป็นของกลางนั้น ไม่มีพฤติการณ์ใดส่อแสดงว่าจำเลยพาอาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวเพื่อจะใช้ในการกระทำผิด หรือเพื่อจะก่อเหตุร้ายขึ้น ทั้งกระสุนปืนที่บรรจุอยู่กับอาวุธปืนก็มีอยู่เพียงนัดเดียว ความผิดของจำเลยจึงไม่ร้ายแรงนักเมื่อจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนประกอบกับเคยได้กระทำคุณงามความดีโดยเข้าร่วมกับกลุ่มหนุ่มสาวพัฒนาหมู่บ้านของจำเลยจนได้รับรางวัลดีเด่นของหมู่บ้านจึงมีเหตุอันควรปรานี ที่จะให้รอการลงโทษจำเลยไว้
ป.อ. 56พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 8 ทวิพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72 ทวิ - คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1619/2536
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ถึงที่สุดแล้ว ไม่รับฎีกาคำสั่งของจำเลย จำเลยเห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นไม่ชอบ เพราะจำเลยได้ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับฉุกเฉินและขอวางเงินประกันความเสียหายแล้ว ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตให้วางเงินแต่สั่งให้รวบรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์พิจารณา จำเลยมิได้จงใจหรือขัดขืนไม่วางเงินแต่อย่างใด แม้ศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งก็ตาม คำสั่งนี้ก็ไม่เป็นที่สุดเพราะจะเป็นที่สุดตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 ต้องเป็นคำสั่งยืน ตามศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยตามเนื้อหาสาระที่จำเลยอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้จำเลยวางเงินประกันความเสียหาย แล้วสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 84) คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้าย ทรัพย์สินออกไปจากอาคารตึกแถวเลขที่ 567/27 ถนนราชปรารภแขวงมักกะสันเขตพญาไท( …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1619/2536
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ถึงที่สุดแล้วไม่รับฎีกาคำสั่งของจำเลย จำเลยเห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นไม่ชอบ เพราะจำเลยได้ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับฉุกเฉินและขอวางเงินประกันความเสียหายแล้วศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตให้วางเงินแต่สั่งให้รวบรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์พิจารณา จำเลยมิได้จงใจ หรือขัดขืนไม่วางเงินแต่อย่างใด แม้ศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่ง ไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งก็ตาม คำสั่งนี้ก็ไม่เป็นที่สุดเพราะจะเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 236 ต้องเป็นคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยตามเนื้อหาสาระที่จำเลยอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้จำเลยวางเงินประกัน ความเสียหายแล้วสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 84) คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวาร ขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากอาคารตึกแถวเลขที่ 567/27ถนนราชปรารถแขวงมักกะสันเขตพญาไท(ราชเ …
- ฎีกาที่ 162/2536
กำหนดเวลาให้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 นั้น ไม่ใช่เรื่องอายุความ แต่เป็นกำหนดเวลาสำหรับฟ้องเมื่อโจทก์ผู้ถูกแย่งการครอบครองไม่ได้ฟ้องภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ก็ย่อมเสียสิทธิที่จะเอาคืนซึ่งการครอบครองที่หลุดมือไปแล้วทันทีปัญหาข้อนี้เป็นเรื่องอำนาจฟ้องอันเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกต่อสู้ไว้ในคำให้การเป็นประเด็นโดยตรง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ย่อมมีอำนาจที่จะยกขึ้นวินิจฉัยได้
- ฎีกาที่ 162/2536
กำหนดเวลาให้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 นั้น ไม่ใช่เรื่องอายุความแต่เป็นกำหนดเวลาสำหรับฟ้องเมื่อโจทก์ผู้ถูกแย่งการครอบครองไม่ได้ฟ้องภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ก็ย่อมเสียสิทธิที่จะเอาคืนซึ่งการครอบครองที่หลุดมือไปแล้วทันที ปัญหาข้อนี้เป็นเรื่องอำนาจฟ้องอันเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การเป็นประเด็นโดยตรงศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะยกขึ้นวินิจฉัยได้.
- ฎีกาที่ 1620/2536
จำเลยถอดกางเกงนอกและกางเกงในผู้เสียหายแล้วจับอวัยวะเพศของผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายพยายามต่อสู้ เป็นการใช้แรงกายกระทำต่อผู้เสียหายถือได้ว่าจำเลยกระทำอนาจารแก่ผู้เสียหายโดยใช้กำลังประทุษร้าย
- ฎีกาที่ 1621/2536
จำเลยยืนยันว่าได้จัดการนำส่งหมายนัดสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ภายในกำหนดเวลาแล้ว โดยมีหลักฐานการรับเงินค่าส่งหมายมาแสดงซึ่งหากข้อเท็จจริงฟังได้ดังที่จำเลยฎีกา กรณีไม่อาจถือได้ว่าจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ก็อาจไม่สั่งจำหน่ายคดี เมื่อจำเลยฎีกาอ้างข้อเท็จจริงโต้แย้งกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนชอบที่ศาลจะทำการไต่สวนเพื่อให้ได้ความจริงแน่ชัดเสียก่อน ถ้าเห็นว่าจำเลยไม่ได้เพิกเฉยที่จะปฏิบัติตามคำสั่งศาล คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อาจเปลี่ยนแปลงไป
- ฎีกาที่ 1622/2536
ในชั้นสอบสวนคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แม้เจ้าหนี้มีเพียงผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ให้การยืนยันว่าจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้าง ฆ. แต่จำเลยที่ 2มิได้แถลงหรือให้การต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โต้แย้งคัดค้านว่าข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่นนั้น คำให้การของผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ดังกล่าวรับฟังได้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 กำหนดให้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นภายใน 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น แต่ในกรณีที่มีการยื่นคำขอรับชำระหนี้ เมื่อเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้แล้ว เจ้าหนี้ย่อมไม่อาจทราบได้ว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะทำความเห็นส่งสำนวนเรื่องหนี้สินที่เจ้าหนี้ขอรับชำระไปยังศาลชั้นต้นเมื่อใด ทั้งไม่อาจทราบได้ว่าศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งเมื่อใด จึงต้องถือว่าวันที่เจ้าหนี้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นวันที่ได้อ่านคำสั่งศาลชั้นต้นให้เจ้าหน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1625/2536
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยที่ 2ยื่นฎีกาเมื่อเวลา 17.15 นาฬิกา ซึ่งพ้นกำหนดเวลาเปิดทำการตามปกติ จึงเป็นฎีกาที่ยื่นเกินกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคแรกไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เห็นว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2536 จำเลยที่ 2 ได้นำคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมกับฎีกา ไปยื่นต่อศาลอุทธรณ์ ต่อมาในวันที่ 6 พฤษภาคม 2536 เวลาบ่ายซึ่งเป็นวันครบกำหนดเวลายื่นฎีกา ศาลอุทธรณ์ ได้ส่งคำสั่งขออนุญาตดังกล่าวไปยังศาลชั้นต้น โดยทนายจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับมาจากศาลอุทธรณ์เอง แต่เนื่องจากการจราจรติดขัดมาก ทนาย จำเลยที่ 2 จึงนำคำสั่งและฎีกาไปยื่นต่อศาลชั้นต้นเวลาประมาณ 17 นาฬิกา ของวันนั้นโดยเจ้าหน้าที่ได้รับไว้แล้ว และศาลชั้นต้น ได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ฎีกาได้ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2536 การที่จำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาเลยกำหนดเวลานั้น จึงเป็นเพราะเหตุสุ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1625/2536
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาเมื่อเวลา 17.15 นาฬิกา ซึ่งพ้นกำหนด เวลาเปิดทำการตามปกติจึงเป็นฎีกาที่ยื่นเกินกำหนดเวลา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคแรกไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เห็นว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2536 จำเลย ที่ 2 ได้นำคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมกับฎีกาไปยื่นต่อ ศาลอุทธรณ์ต่อมาในวันที่ 6 พฤษภาคม 2536 เวลาบ่ายซึ่งเป็น วันครบกำหนดเวลายื่นฎีกา ศาลอุทธรณ์ได้ส่งคำสั่งขออนุญาต ดังกล่าวไปยังศาลชั้นต้น โดยทนายจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับมาจาก ศาลอุทธรณ์เอง แต่เนื่องจากการจราจรติดขัดมาก ทนายจำเลยที่ 2 จึงนำคำสั่งและฎีกาไปยื่นต่อศาลชั้นต้นเวลาประมาณ 17 นาฬิกาของวันนั้นโดยเจ้าหน้าที่ได้รับไว้แล้ว และศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ฎีกาได้ในวันที่7 พฤษภาคม 2536 การที่จำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาเลยกำหนดเวลานั้นจึงเป็นเพราะเหตุสุด …