ปี พ.ศ.: 2536
2,967 รายการ · หน้า 25 จาก 149
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1647/2536
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลา การบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 308,170.74 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (6 พฤศจิกายน 2533) จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ หากจำเลย ไม่ชำระ ให้นำที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 706/637,362/617,705/637,708/637 หมู่ 3 ตำบล บ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด รวม 4 แปลง ซึ่งเป็นทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนเสร็จสิ้น หากได้เงินไม่พอก็ให้จำเลยรับผิดชดใช้ส่วนที่ขาดอยู่จนครบถ้วน แก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 76,74) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับ(อันดับ 58,63) คำสั่ง ถ้าศาลชั้นต้นเห็นว่า ราคาทรัพย์สินที่จำนองเพียงพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ …
- ฎีกาที่ 165/2536
โจทก์ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยการได้รับมรดก ถือได้ว่าเป็นการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม เมื่อโจทก์ยังมิได้จดทะเบียนการได้มาซึ่งมรดกทรัพย์พิพาทตามส่วนของตนย่อมไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก ผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนโดยสุจริตแล้วได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1658/2536
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกา เนื่องจากโจทก์และจำเลยได้ทำความตกลงกันได้ โดยจำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โจทก์ ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไป จึงขอถอนฟ้อง โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 จำเลยฎีกา (อันดับ 58) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 68) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ย่อมไม่อาจ อนุญาตให้ถอนฟ้องได้ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
- ฎีกาที่ 166/2536
ที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืน อยู่ในแนวเขตที่ พ.ร.ฎ. กำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษกตอนแขวงวัดท่าพระ-แขวงสามเสนนอก พ.ศ. 2524 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบการดำเนินการก่อสร้างให้แก่กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1และตาม พ.ร.ฎ. กำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษก ตอนแขวงวัดท่าพระ-แขวงสามเสนนอก พ.ศ. 2524มาตรา 4 กำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ข้อ 64(2) และมีหน้าที่จ่ายค่าทดแทน ตามข้อ 67 และข้อ 74 ถึง 77 ดังนั้นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 และในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ย่อมมีสิทธิมอบอำนาจให้ ก. ดำเนินการสำรวจออกแบบและก่อสร้างทางหลวงเพื่ออนุวัตตามมติคณะรัฐมนตรีได้ เมื่อโจทก์เห็นว่าจำเลยที่ 1 กำหนดเงินค่าทดแทนไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรี …
- ฎีกาที่ 166/2536
ที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืน อยู่ในแนวเขตที่พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษก ตอนแขวงวัดท่าพระ-แขวงสามเสนนอกพ.ศ. 2524 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบการดำเนินการก่อสร้างให้แก่กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1 และตามพระราชกฤษฎีกากำหนด แนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษกตอนแขวงวัดท่าพระ-แขวงสามเสนนอก พ.ศ. 2524 มาตรา 4 กำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295ข้อ 64(2) และมีหน้าที่จ่ายค่าทดแทน ตามข้อ 67 และข้อ 74ถึง 77 ดังนั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 และในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ย่อมมีสิทธิมอบอำนาจให้ ก. ดำเนินการสำรวจออกแบบและก่อสร้างทางหลวงเพื่ออนุมัติตามมติคณะรัฐมนตรีได้ เมื่อ โจทก์เห็นว่าที่ 1 กำหนดเงินค่าทดแทนไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมโจทก์ย่อมมีอำน …
- ฎีกาที่ 166/2536
คณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบการดำเนินการก่อสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษก ให้แก่กรุงเทพมหานครจำเลยที่ 1 และ พ.ร.ฎ.กำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษก ตอนแขวงวัดท่าพระ -แขวงสามเสนนอก พ.ศ.2524 มาตรา 4 กำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการตาม พ.ร.ฎ.ฉบับดังกล่าวอีกด้วย ดังนั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 และในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ย่อมมีสิทธิมอบอำนาจให้ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยจำเลยที่ 4 ดำเนินการสำรวจออกแบบและกำหนดให้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการตาม พ.ร.ฎ. จึงมีผลทำให้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหา-ริมทรัพย์ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2515ข้อ 64 (2) และมีหน้าที่จ่ายค่าทดแทนตามข้อ 67 และข้อ 74 ถึงข้อ 77 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะเกิดข้อพิพาท ในการจ่ายค่าทด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1664/2536
ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์รับรองฎีกา ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ข้อความ ที่ตัดสินนั้นไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด จึงไม่ อนุญาตให้ฎีกายกคำร้อง และศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า จำเลยไม่ได้ อนุญาตให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ว่า จำเลยเป็น ผู้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เนื่องจากพยานหลักฐานของโจทก์ ขัดแย้งกัน นั้น เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกา ขอศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงด้วย หมายเหตุ โจทก์ และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นางเป้าแซ่ตั้งผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1678/2536
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับเหตุรอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจาก การใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้เรียงกระทงลงโทษ กระทงแรก ให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน กระทงที่สองและกระทงที่สาม จำคุก กระทงละ 1 เดือน รวมให้ลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน จำเลยให้การ รับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลย 2 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 เดือน รวม 3 กระทง จำคุก 3 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1679/2536
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกิน 5 ปี ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก,279 วรรคแรก และ 317 วรรคสาม จำเลย กระทำผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมความผิด ฐานกระทำชำเรา และอนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีเป็นกรรมเดียว ให้ลงโทษ ฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 10 ปี และฐานพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร จำคุก 8 ปี รวมจำคุก 18 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลย 12 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานกระทำชำเ …
- ฎีกาที่ 1684/2536
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ซึ่งใช้บังคับขณะจำเลยยื่นอุทธรณ์ บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของผู้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ที่จะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด10 วัน นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ มิได้บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องกำหนดเวลาให้ผู้อุทธรณ์ปฏิบัติไม่ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดเวลาให้จำเลยนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลก็ดี หรือการที่ศาลอุทธรณ์มิได้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นกำหนดเวลาดังกล่าวนั้น หรือศาลอุทธรณ์มิได้กำหนดเวลาดังกล่าวเสียเองก็ดี หาใช่คำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังที่จำเลยฎีกาไม่
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1685/2536
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง คดีโจทก์ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และน่าจะได้ รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โดยเฉพาะคดีนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ก่อนไต่สวนมูลฟ้อง อ้างเหตุผลอย่างหนึ่งแต่ศาลอุทธรณ์อ้างเหตุผล ข้อกฎหมายอีกอย่างหนึ่งไม่เหมือนกัน แสดงว่าศาลชั้นต้นกับ ศาลอุทธรณ์มีความเห็นไม่ตรงกันในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาของโจทก์ด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177,83,84 และ 91 ศาลชั้นต้นตรวจฟ้องแล้วเห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่เข้าองค์ประกอบ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1686-1687/2536
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 4 ฎีกา คดีของจำเลยมีเหตุผลเพียงพอที่จะชนะคดีโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนโดยให้ จำเลยที่ 2 และที่ 4 ได้อาศัยอยู่ในที่ดินและบ้านพิพาท เป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา และโปรดมี หนังสือแจ้งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินเขตบางเขน ห้ามมิให้กระทำการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์หรือทำนิติกรรมอื่นใดในโฉนด ที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 168) คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษา โดยกำหนดให้ นายสมชาย สุขพิทักษ์ เป็นโจทก์นายบุญมา ทวีบุญ เป็นจำเลยที่ 1 นายณรงค์ สมแก้ว เป็นจำเลยที่ 2 เด็กชายสาโรจน์ สมแก้ว เป็นจำเลยที่ 3 และเด็กหญิงจินดา สมแก้ว เป็นจำเลยที่ 4 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสี่ออกจากอาคาร สิ่งปลูกสร้างเลขที่ 81/66 แขวงทุ่งสองห้อง เขตบางเขนกรุงเทพมหานคร และส่งมอบคืนโจทก์ในสภ …
- ฎีกาที่ 169/2536
คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์มีหนังสือรับรองของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ มีข้อความว่า ป. ซึ่งมิได้ลงชื่อในคำพิพากษาได้ร่วมปรึกษาคดีและมีความเห็นพ้องกัน ดังได้ลงลายมือชื่อในต้นร่างคำพิพากษาแล้ว แสดงว่า ป. มิได้มีความเห็นแย้งต่อองค์คณะที่พิพากษาคดี แต่ได้มีความเห็นพ้องกับองค์คณะในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นคำพิพากษาที่ชอบแล้ว
- ฎีกาที่ 1692/2536
ความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จและเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 และ 177มีองค์ประกอบความผิดสำคัญประการหนึ่งว่า พยานหลักฐานและคำเบิกความอันเป็นเท็จจะต้องเป็นข้อสำคัญในคดีที่นำสืบหรือเบิกความด้วย ดังนั้นประเด็นสำคัญในคดีมีว่าอย่างไรพยานหลักฐานและคำเบิกความของจำเลยที่ 1 เป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร จึงเป็นสาระสำคัญอันเป็นองค์ประกอบของความผิดที่โจทก์จะต้องบรรยายไว้ให้ชัดแจ้งในคำฟ้องเมื่อคำฟ้องของโจทก์หาได้บรรยายถึงสาระสำคัญเช่นว่านั้นไม่ถือได้ว่าคำฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5)
- ฎีกาที่ 1692/2536
ความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จและเบิกความเท็จตาม ป.อ.มาตรา 180 และ 177 มีองค์ประกอบความผิดสำคัญประการหนึ่งว่า พยานหลักฐานและคำเบิกความอันเป็นเท็จจะต้องเป็นข้อสำคัญในคดีที่นำสืบหรือเบิกความด้วย ดังนั้นประเด็นสำคัญในคดีมีว่าอย่างไร พยานหลักฐานและคำเบิกความของจำเลยที่ 1 เป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร จึงเป็นสาระสำคัญอันเป็นองค์ประกอบของความผิดที่โจทก์จะต้องบรรยายไว้ให้ชัดแจ้งในคำฟ้อง เมื่อคำฟ้องของโจทก์หาได้บรรยายถึงสาระสำคัญเช่นว่านั้นไม่ ถือได้ว่าคำฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ.มาตรา 158 (5)
- ฎีกาที่ 1693/2536
จำเลยที่ 1 เป็นสมาคมได้จัดตั้งโต๊ะบิลเลียดเพียง4 โต๊ะโดยจำเลยที่ 1 เก็บเงินค่าเกมส์ จากผู้เล่นในอัตราชั่วโมงละ 60 บาทต่อหนึ่งโต๊ะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นค่าเกมส์ตามสมควร และไม่ปรากฏว่ามีการพนันเอาทรัพย์สินกันจึงเป็นการจัดขึ้นเพื่อความรื่นเริงในสมาคม การจัดให้มีการเล่นในสมาคมของจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องมีใบอนุญาตตามกฎกระทรวงฉบับที่ 17 พ.ศ. 2503 ออกตามความในพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 18(พ.ศ. 2504) ข้อ 5 ส่วนการที่จำเลยที่ 1 มีวัตถุประสงค์จะไม่จัดตั้งโต๊ะบิลเลียดไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้นแต่กลับมาจัดตั้งโต๊ะบิลเลียดดังกล่าวก็เป็นเพียงฝ่าฝืนกฎหมายอื่นเท่านั้น หาเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ไม่
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1693/2536
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาจำเลย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ส่วนปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระ แก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาในข้อ ข. ที่ว่า เมื่อโจทก์มิได้ ดำเนินการฟ้องเพิกถอนคำสั่งของศาลจังหวัดลพบุรี ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 541/2532 ขอแห่งคำพิพากษาในคดี ดังกล่าวย่อมฟังว่าจำเลยมีกรรมสิทธิ์ ในที่ดินพิพาท พยานบุคคลหาล้มล้างพยานเอกสารได้ไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา และจำเลย ได้ยกเป็นข้อต่อสู้ตั้งแต่ขั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นแล้ว โปรดมี คำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ ตามแผนที่พิพาท เอกสารหมาย จ.4 อักษร ก,ข,ค,งส่วนคำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพา …
- ฎีกาที่ 1694/2536
ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 2 วรรคสิบสองและ 10 ทวิวรรคแรก ความรับผิดในอันจะต้องเสียค่าภาษีสำหรับสินค้าที่นำเข้าเกิดขึ้นในเวลาที่นำเข้าสำเร็จ และการคำนวณภาษีต้องถือตามสภาพของราคาของและพิกัดอัตราศุลกากรที่เป็นอยู่ในเวลาที่นำสินค้าเข้ามาในประเทศไทย ส่วนราคาสินค้าที่จะคำนวณภาษีก็ต้องถือตามราคาขายส่งเงินสด โดยไม่รวมค่าอากร ซึ่งจะพึงขายของประเภทและชนิดเดียวกันได้โดยไม่ขาดทุน ณ เวลา และที่ที่นำของเข้า โดยไม่มีหักทอนหรือลดหย่อนราคาอย่างใด ดังนั้น แม้จำเลยทั้งสองจะซื้อสินค้าเหล่านั้นมาตามราคาที่แจ้งในใบกำกับสินค้าก็ตาม จำเลยทั้งสองก็รับว่าสินค้าที่จำเลยทั้งสองซื้อมานั้น ผู้ขายลดราคาเพื่อให้หมดไปจากสต๊อกของผู้ขายซึ่งแสดงว่าราคาสินค้าที่จำเลยทั้งสองซื้อมามิใช่ราคาตามปกติ ย่อมจะถือเป็นราคาสินค้าที่นำเข้าเพื่อคำนวณภาษีหาได้ไม่ เพราะมิใช่ราคาขายส่งเงินสดซึ่งจะพึงขายณ เวลาและที่ที่นำของเข้าโด …
- ฎีกาที่ 1695/2536
คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 เจ้าหนี้ฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในประเด็นว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนดดอกเบี้ยค้างชำระให้เจ้าหนี้แล้วหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว
- ฎีกาที่ 1697/2536
ตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป่งและตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยองพ.ศ.2527 มาตรา 5 การกำหนดราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืน จะต้องพิจารณาจากผลการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ซึ่งตีราคาเพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ และราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประการหนึ่ง สภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ประการหนึ่งและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนอีกประการหนึ่ง รวม 3 ประการด้วยกันจำเลยกำหนดราคาที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนจากราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเพียงประการเดียว ราคาดังกล่าวประเมินโดยเอาตำบล ถนน และทะเล เป็นหลัก ซึ่งเป็นการประเมินอย่างกว้าง ๆ ย่อมไม่ตรงกับความเป็นจริงเสมอไป ที่พระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 5 บัญญัติให้คำนึงถึงสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ไว้ซ้ำอีก มีผลเท่ากับบังคับให้มีการพิจารณาสภาพและที่ตั้งของที่ดินที่ถูกเว …
พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ.2527 5พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ.2527 9พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 6พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 32พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 35