ปี พ.ศ.: 2537
3,840 รายการ · หน้า 24 จาก 192
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1691/2537
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก และ 219 ส่วนข้อกฎหมายนั้น ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า คดีนี้ถือว่าศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลย 3 ปี และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยวางโทษ เพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยจึงเป็นแก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 และ 219ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า โดยสภาพปืน ของกลางไม่เป็นอาวุธ และปืนของกลางเป็นปืนชำรุดไม่สามารถยิงได้ แต่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงจากรายงานการสืบเสาะผิดไป และวินิจฉัยว่าจำเลยครอบครองอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงไปใน ที่สาธารณะนั้น หากได้รับการวินิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1695/2537
ความว่า จำเลยฎีกา เมื่อคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ โจทก์ต้อง ขออาศัยทางของผู้อื่นเดินบัดนี้โจทก์ชนะคดีแล้ว จำต้องใช้ทางพิพาท สัญจรดังเดิม ขอศาลได้โปรดสั่งให้จำเลยรื้อถอนเสารั้วและ ขนกองดินที่ขวางทางภาระจำยอมออกไปโดยด่วน หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 167) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ทางพิพาทกว้าง 3 เมตรยาวตลอดแนวจากที่ดินโจทก์ที่ 1 ถึงถนนศรีเสนา ตามเส้นประสีแดงในเอกสารหมาย จ.4 เป็นทางภาระจำยอมแก่ที่ดินโจทก์ ตามโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.2 จ.3 ให้จำเลยรื้อถอนเสารั้ว และกองดินที่ขวางทางภาระจำยอมออกไป ห้ามจำเลย เข้าขัดขวางการใช้ทางพิพาทของโจทก์ทั้งสองและบริวาร คำขออื่นของโจทก์ทั้งสองให้ยก จำเลยฎีกา (อันดับ 160) คำสั่ง ตามคำร้องของ โจทก์ เป็นเรื่องโจทก์ขอให้บังคับคดี ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของศาลชั้นต้นตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302 จึงให้ส่งคำร้องของโจทก์และ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1697/2537
ความว่า จำเลยฎีกา ถ้าให้บังคับคดีในขณะนี้จะประสบความยุ่งยาก ในการเรียกที่พิพาทคืน หากจำเลยชนะคดีในที่สุด โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 81) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยคืนที่ดินพิพาท ให้โจทก์ทั้งสอง หากคืนไม่ได้ให้ใช้เงินแทนเป็นเงิน 105,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 77,76 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาท หากจำเลยปฏิบัติผิดเงื่อนไขก็ไม่อนุญาตและให้โจทก์ บังคับคดี ได้ทันที
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1708/2537
ความว่า จำเลยฎีกา ในระหว่างฎีกาผู้ซื้อทรัพย์อาจกระทำการ จำหน่าย จ่ายโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้แก่บุคคลภายนอก ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยได้หากศาลฎีกา พิพากษาให้จำเลยชนะคดี ขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งให้งดการจำหน่าย หมายเหตุ โจทก์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้ซื้อทรัพย์จ่ายโอน กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้ซื้อทรัพย์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 121,119) คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลย เด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ได้ทำการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15497 ตำบลหนองจะบกอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีชื่อ จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ มีนายชูศักดิ์โล่ห์วนิชชัย เป็นผู้สู้ซื้อได้ในราคา 130,000 บาท จำเลยยื่นคำร้องว่า ราคาที่ขายต่ำไป ขอให้เพิกถอนการขายที่ดินดังกล่าวและประกาศขายใหม่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1720/2537
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ วันที่ 31 พฤษภาคม 2537 แต่จำเลยที่ 2มาขอฟังวันที่ 9 มิถุนายน 2537 โดยศาลให้ถือว่า จำเลยที่ 2ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2537 ซึ่งทนายจำเลยที่ 2 ก็ได้ลงชื่อทราบรายงานและคำสั่งศาลแล้วแต่เพิ่งมายื่นฎีกาวันนี้ซึ่งเกินระยะเวลาฎีกาตามกฎหมายจึงไม่รับฎีกานี้ คืนค่าธรรมเนียมศาล จำเลยที่ 2 เห็นว่า กำหนดเวลาในการยื่นฎีกาให้เริ่มนับตั้งแต่วันอ่านคำพิพากษา แต่เนื่องจากในวันที่ 31 พฤษภาคม 2537ที่ศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษาไว้ไม่มีการอ่านคำพิพากษาไม่มีเจ้าหน้าที่ศาลเบิกสำนวนและซองคำพิพากษามาให้ศาลชั้นต้น อ่าน ต่อมาวันที่ 9 มิถุนายน 2537 ทนายจำเลยที่ 2ยื่นคำแถลง ขอถ่ายคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงทราบว่าไม่มีการอ่านคำพิพากษา และทนายจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำแถลงขอฟังคำพิพากษาในวันนั้นเอง ดังนี้ ต้องถือว่าได้มีการอ่านคำพิพากษาศ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1727/2537
ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของ โจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 อีกทั้งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลอุทธรณ์ ไม่รับรองให้โจทก์ฎีกาได้ จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาล โจทก์ทั้งสองเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยใช้สิทธิไม่สุจริตมิได้มีเจตนาครอบครองบ้านและที่ดินพิพาทเพื่อตนโดยมีเจตนา ที่จะเป็นเจ้าของ จำเลยจึงไม่มีสิทธิครอบครองและเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 ไม่ใช่เอกสารที่แสดงว่าโจทก์ได้ขายที่พิพาทให้จำเลย ไม่มีผลตามกฎหมายและไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของโจทก์ทั้งสองด้วย หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 97) โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายครอบครัว และสิ่งของออกไปจากบ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 8ตำบลสระสี่เหลี่ยม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1729/2537
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งจึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จำเลยรับทราบ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาจำเลยในวันที่ 7 กรกฎาคม 2537 คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงยังไม่ล่วงเลยกำหนดเวลาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี ข้อหาฐานลักทรัพย์ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 38) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาล่วงเลยกำหนดเวลา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1730/2537
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ขอศาลฎีกาโปรดมีหมายแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดิน จังหวัดนครศรีธรรมราช ระงับการทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่พิพาท ไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจดทะเบียนโอน กรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 42205 เลขที่ดิน 1 ตำบลนาทรายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื้อที่ 20 ไร่ 2 งาน 65 ตารางวาให้แก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง คำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา (อันดับ 97) โจทก์แก้ฎีกาและยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 108,107) ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งสำเนาคำร้องให้ จำเลยมีโอกาสคัดค้านเสียก่อน ศาลชั้นต้นหมายแจ้งให้ทนายโจทก์ จัดทำสำเนาคำร้องนี้มายื่นภายใน 7 วัน นับแต่วันรับหมาย เพื่อจัดสั่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1732/2537
ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ทั้งหมดล้วนเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่จึงไม่รับฎีกาของโจทก์คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมด โจทก์ทั้งสองเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 จะเห็นได้ว่าการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายกำหนดแบบในการที่จะต้องทำนิติกรรมสัญญา ว่า จะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะสมบูรณ์ หากทำไม่ถูกแบบ ตามที่กฎหมายกำหนดถือเป็นโมฆะ การที่กฎหมาย กำหนดไว้นี้ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนและตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453 จะเห็นได้ว่าการซื้อขายเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1737-1738/2537
ความว่า เนื่องจากโจทก์เห็นว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง รับฎีกาของจำเลยโดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา เพราะในฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงและในเนื้อหาฎีกาเป็นการฎีกาเกี่ยวกับ โฉนดที่ดินเลขที่ 69190 ตำบลทุ่งสองห้อง อำเภอบางเขน (ตลาดขวัญ) กรุงเทพมหานคร ที่จำเลยแพ้คดีซึ่งมีจำนวนทุนทรัพย์เพียง 122,000 บาท ดังจะเห็นได้จากอุทธรณ์ของจำเลยที่ยื่นศาลอุทธรณ์ แต่เนื่องจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืน เกี่ยวกับที่จำเลยอุทธรณ์ จำเลยจึงไม่สามารถฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จำเลยจึงยอมเสียจำนวนทุนทรัพย์เท่ากับโจทก์ เพื่อจะใช้สิทธิฎีกา ขอศาลได้โปรดพิจารณาการสั่ง รับฎีกาของจำเลยใหม่ โดยขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง เพิกถอนการสั่งรับฎีกาของจำเลย ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนา คำร้องหรือไม่ คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:174/2537
ความว่า ผู้ร้องฎีกา บัดนี้ผู้ร้องได้ขายที่ดินอันเป็นมรดก ของนายแก้ว อ้นรำพึง และได้นำเงินที่ได้จากการขายที่ดินมรดกไปซื้อที่ดินเป็นของตนเอง และใช้จ่ายจนเกือบจะหมดแล้วทำให้ผู้คัดค้านทั้งสองได้รับความเสียหาย โปรดมีคำสั่งให้ผู้ร้อง นำเงินที่ได้จากการขายที่ดินมรดกที่เหลือและโฉนดที่ดิน ที่ผู้ร้องนำเงินมรดกไปซื้อไว้มาวางศาลโปรดอนุญาต หมายเหตุ ผู้ร้องยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล แล้วตั้งผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกแทน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นายเกษมอ้นรำพึง ผู้คัดค้านที่ 1และนางลำดวนอ้นรำพึง ผู้คัดค้านที่ 2 ร่วมเป็นผู้จัดการมรดกของนายแก้ว อ้นรำพึงผู้ตายกับนายเดช มากดี ผู้จัดการมรดกคำขออื่นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา (อันดับ 94) ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 101) คำสั่ง พิเคราะห์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1740/2537
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามกฎหมาย และผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณา ไม่อนุญาตให้ฎีกาได้ จึงไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามฎีกา และจำเลยเพิ่งทราบคำสั่งที่ ไม่อนุญาตให้ฎีกาเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2537 ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่มีสาระสำคัญ ประกอบกับจำเลยไม่เคยกระทำผิดใด ๆ มาก่อนเพื่อความยุติธรรมแก่จำเลย โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยไว้ด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 106) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษจำคุกกระทงละ 4 เดือน รวม 12 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1741/2537
ความว่า โจทก์ฎีกา คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2536 หากโจทก์ จะฎีกา จะต้องยื่นฎีกาภายในวันที่ 13 มกราคม 2537 ปรากฏว่านายสมชาย ศรีโลธร ทนายความโจทก์ตามใบอนุญาตว่าความเลขที่ 13834 ซึ่งสภาทนายความได้ออกใบอนุญาตว่าความเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2529 และได้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาต ว่าความครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2530 ขอต่ออายุใบอนุญาตว่าความครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2532 และขอต่ออายุใบอนุญาตว่าความ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2534 ซึ่งใบอนุญาต ว่าความครั้งที่ 3 นี้จะหมดอายุลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2536 แต่นายสมชาย มิได้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2536 และต่อมา จึงได้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตว่าความต่อสภาทนายความเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2537 ปรากฏตามเอกสาร ท้ายคำร้อง ดังนั้น คำร้องที่นายสมชาย ศรีโสธร ยื่นต่อศาลเพื่อขออนุญาตให้โจทก์ขยายเวลายื่น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1741/2537
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาไว้โดยไม่ชอบด้วยกระบวน พิจารณาแต่เมื่อศาลชั้นต้นยังไม่ได้ส่งสำนวนไปศาลฎีกา ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณานั้นได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ความว่า โจทก์ฎีกา คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2536 หากโจทก์จะฎีกาจะต้องยื่นฎีกาภายในวันที่ 13 มกราคม 2537 ปรากฏว่านายสมชาย ศรีโสธร ทนายความโจทก์ตามใบอนุญาตว่าความเลขที่ 13834 ซึ่งสภาทนายความได้ออกใบอนุญาตว่าความเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2529 และได้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตว่าความครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2530 ขอต่ออายุใบอนุญาตว่าความ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2532 และขอต่ออายุใบอนุญาต ว่าความครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2534 ซึ่งใบอนุญาต ว่าความครั้งที่ 3 นี้จะหมดอายุลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2536 แต่นายสมชาย มิได้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตภายในวันที่ 31 ธันวาคม 25 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1742/2537
ความว่า เนื่องจาก โจทก์ได้ถึงแก่กรรมลงแล้ว นางพิมพ์ใจ มณีอินทร์ ผู้ร้องที่ 1 เป็นบุตรนอกกฎหมายที่โจทก์ได้รับรองแล้ว มีความประสงค์ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะ ส่วน พันจ่าอากาศเอกยงยุทธมณีอินทร์ เป็นบุตรโจทก์และศาลแพ่งได้มีคำสั่งตั้งให้ผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์ผู้มรณะแล้ว มีความประสงค์ ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะร่วมกับ ผู้ร้องที่ 1 โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยที่ 1 ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ทนายผู้ร้องที่ 1 แถลงว่าจำเลยที่ 1 ถึงแก่ ความตาย (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 11) จำเลยที่ 2 แถลงไม่คัดค้าน (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 15) คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 1865 เลขที่ดิน 92 หน้าสำรวจ 298 ตำบลอนุสาวรีย์ (กูบแดง) อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร ให้เจ้าหน้าที่ให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขแดง ที่ 9387/2529 ห้ามจำเลยทั้งสองเก …
- ฎีกาที่ 175/2537
ในสัญญาเช่าซื้อระบุว่า หากโจทก์ยึดและนำรถยนต์พิพาทออกขายได้เงินไม่พอชำระค่าเช่าซื้อที่ค้าง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อต้องยอมชำระราคาที่ขาดแก่โจทก์นั้น เป็นวิธีการกำหนดค่าเสียหายวิธีหนึ่ง มีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับไว้ล่วงหน้าและไม่ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงใช้บังคับได้ แต่หากเบี้ยปรับกำหนดไว้สูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1755-1756/2537
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาที่ว่าพยานหลักฐาน ของโจทก์ยังมีข้อเคลือบแคลงสงสัยว่าจำเลยทั้งสอง เป็นผู้กระทำผิดจริงหรือไม่ อันสมควร ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยทั้งสอง เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของ จำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 102) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษาคดีเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกจำเลยใน สำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 และเรียกจำเลย ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(4)(7) วรรคสามจำคุกคนละ 4 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ดังกล่า …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1759/2537
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 142) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ (น.ส.3 ก)ทะเบียนเลขที่2135เลขที่ดิน41ทะเบียนเล่ม22ก หน้า 35 ตำบลหัวหว้าอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรีและเลขทะเบียนเลขที่ 2137 เลขที่ดิน 53 ทะเบียนเล่ม 22 ก หน้า 37ตำบลหัวหว้าอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี กับการจดทะเบียนขายระหว่างจำเลยทั้งห้าเสีย ห้ามจำเลย ทั้งห้าและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทอีกต่อไป ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรมโดยทายาทหรือผู้จัดการทรัพย์มรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์มรดกของจำเลยที่ 2 ผู้มรณะไม่มีคำขอเข้ามาเอง หรือโจทก์มีคำขอให้หมายเรียกบุคคลดังกล่าวเข้ามาแทนที่ผู้มรณะ ภายในหนึ่งปี ศาลอุทธรณ์จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดี เฉพาะจำเลยที่ 2ออกจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จ …
- ฎีกาที่ 176/2537
โจทก์ได้กู้ยืมเงินจากจำเลยที่ 1 และทำหนังสือมอบอำนาจโดยมิได้กรอกข้อความให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อให้จำเลยที่ 1ไปจดทะเบียนจำนองที่ดินซึ่งโจทก์มอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ไว้เป็นประกัน แต่จำเลยที่ 1 กลับไปกรอกข้อความว่าโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1โดยไม่ได้รับความยินยอมหรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของโจทก์ และจำเลยที่ 1ได้นำหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงเป็นการปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม จำเลยที่ 2 เป็นสามีของจำเลยที่ 1 และลงลายมือชื่อเป็นพยานในหนังสือสัญญากู้เงิน แสดงว่าจำเลยที่ 2 รู้เรื่องที่โจทก์กู้ยืมเงินจากจำเลยที่ 1 และทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1ไปจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันเงินกู้ การที่จำเลยที่ 2ลงลายมือชื่อเป็นพยานในหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยที่ 1 กรอกข้อความโดยมิได้รับความยินยอมหรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของโจทก์พฤติการณ์ถือได้ว่าจำเลยท …
- ฎีกาที่ 176/2537
ที่โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันเงินกู้ แต่จำเลยที่ 1 กลับกรอกข้อความว่าโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 อันเป็นการกระทำโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของโจทก์ และจำเลยที่ 1 ได้นำหนังสือมอบอำนาจไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ จึงเป็นการปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม จำเลยที่ 2 ได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยที่ 1 ได้กรอกข้อความโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของโจทก์ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1ในการปลอมหนังสือมอบอำนาจด้วย แม้จำเลยที่ 2 จะไม่ได้ไปด้วยในวันที่นำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปจดทะเบียนโอนที่ดิน แต่เมื่อจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 มาตั้งแต่ต้นทั้งเป็นสามีภรรยากันมีส่วนได้เสียในที่ดินที่รับโอน จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมใน …