ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 5 จาก 216
- ฎีกาที่ 1038/2533
โจทก์ร่วมและ ร. สามีโจทก์ร่วมได้ ขายพลอยให้แก่จำเลยที่ 1 โดย จำเลยที่ 1 ออกเช็ค สั่งจ่ายเงินชำระราคาพลอยให้แก่ ร.เมื่อเช็ค ถึง กำหนดชำระเงิน ร. ให้ ส. นำไปเข้าบัญชีของ ส. เพื่อเรียกเก็บเงินแทน แต่ ธนาคารตาม เช็ค ได้ ปฏิเสธการจ่ายเงินดังนี้เป็นเรื่องผิดนัดไม่ชำระหนี้ทางแพ่ง และเป็นเรื่องความผิดต่อพ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ หาใช่ความผิดฐานฉ้อโกงไม่.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1038/2533
ความว่า โจทก์ร่วมฎีกาและยื่นคำร้องขอแก้ไขฎีกา ศาลชั้นต้น สั่งฎีกาว่า ฎีกาโจทก์ร่วมต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาและสั่งคำร้องว่า ศาลสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมฉบับลงวันที่ 18 ธันวาคม 2532 แล้ว จึงให้ยกคำร้องเสียโจทก์ร่วมเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ร่วมเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายกล่าวคือ ข้อ 2.1 เป็นการฎีกาในเรื่องการแปลความกฎหมาย ข้อ 2.2ฎีกา ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีโดยฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน และข้อ 2.3 ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องการปรับข้อเท็จจริงที่ ฟังเป็นยุติแล้วเข้ากับข้อกฎหมาย นอกจากนี้การขอแก้ไขฎีกาของโจทก์ร่วมก็เป็นการขอแก้ไขข้อความที่พิมพ์ผิดพลาดเพื่อให้ เนื้อหาใจความถูกต้องตามความเป็นจริงเท่านั้น มิได้ทำให้ประเด็นในฎีกาเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด อีกทั้งได้ขอแก้ไขเข้ามาภายในอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1038/2533
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกาไม่ว่าปัญหาข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ซึ่งแก้ไขใหม่ เว้นแต่จะได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของมาตรา 221
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1039/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 138) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,550,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน1,600,000 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 131,132) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยนำ หลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 97,104) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีในต้นเงิน 1,600,000 บาทนับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกามิฉะนั้นให้ …
- ฎีกาที่ 1040/2533
โจทก์บรรยายฟ้องสำหรับจำเลยที่ 5 ว่า ระหว่างวันที่ 11 ตุลาคม2521 เวลาใดไม่ปรากฏชัดถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2521 เวลากลางวันจำเลยที่ 5 และที่ 8 กับพวกอีกหลายคนซึ่งบางคนถึงแก่กรรมไปแล้วได้ร่วมกันช่วยเหลือให้ความสะดวกในการที่เจ้าพนักงานได้ร่วมกันดำเนินการให้จำเลยที่ 8 ได้มีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ ในนามของนางสาว นภาพร บุญมา ซึ่งไม่ตรงต่อความเป็นจริง และเป็นความผิดโดยจำเลยที่ 5 และที่ 8 กับพวกได้ร่วมกันจ้าง หรือวาน หรือมิฉะนั้นก็ได้ใช้ให้จำเลยที่ 1 กับที่ 4 ฟ้องโจทก์ดังกล่าวได้บรรยายโดยแจ้งชัดแล้วว่าจำเลยที่ 5 กับพวกเป็นผู้สนับสนุนจำเลยอื่นซึ่งเป็นเจ้าพนักงานให้ดำเนินการให้จำเลยที่ 8 ได้มีบัตรประจำตัวประชาชนในนามของผู้อื่น แม้ในตอนหลังจะบรรยายว่าจำเลยที่ 5 กับพวกได้ร่วมกันจ้าง หรือวาน หรือใช้ให้จำเลยอื่นกระทำผิดตามฟ้องก็หาได้ขัดแย้งกันเองไม่ เพราะแม้ว่าทางพิจารณาจะได้ความทางใดทางหนึ่ง จำเลยที่ 5 ก็ย่ …
- ฎีกาที่ 1040/2533
โจทก์บรรยายฟ้องสำหรับจำเลยที่ 5 ว่า ระหว่างวันที่ 11 ตุลาคม 2521 เวลาใดไม่ปรากฏชัดถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2521 เวลากลางวันจำเลยที่ 5 และที่ 8 กับพวกอีกหลายคนซึ่งบางคนถึงแก่กรรมไปแล้วได้ร่วมกันช่วยเหลือให้ความสะดวกในการที่เจ้าพนักงานได้ร่วมกันดำเนินการให้จำเลยที่ 8 ได้มีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ ในนามของนางสาว นภาพร บุญมา ซึ่งไม่ตรงต่อความเป็นจริง และเป็นความผิดโดยจำเลยที่ 5 และที่ 8 กับพวกได้ร่วมกันจ้าง หรือวาน หรือมิฉะนั้นก็ได้ใช้ให้จำเลยที่ 1 กับที่ 4 ฟ้องโจทก์ดังกล่าวได้บรรยายโดยแจ้งชัดแล้วว่าจำเลยที่ 5 กับพวกเป็นผู้สนับสนุนจำเลยอื่นซึ่งเป็นเจ้าพนักงานให้ดำเนินการให้จำเลยที่ 8 ได้มีบัตรประจำตัวประชาชนในนามของผู้อื่น แม้ในตอนหลังจะบรรยายว่าจำเลยที่ 5 กับพวกได้ร่วมกันจ้าง หรือวาน หรือใช้ให้จำเลยอื่นกระทำผิดตามฟ้องก็หาได้ขัดแย้งกันเองไม่ เพราะแม้ว่าทางพิจารณาจะได้ความทางใดทางหนึ่ง จำเลยที่ 5 ก็ย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1040/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่าง ฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคแรกและวรรคสอง จำคุก 3 ปีจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะ ยื่นฎีกาต่อไป คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1041/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา บริษัทโชคสมุทร จำกัด ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(7),83,91 เป็นสองกระทง ให้จำคุกกระทงละ 1 ปีคำให้การจำเลยในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีจึงลดโทษให้หนึ่งในสาม คงให้จำคุกกระทงละ 8 เดือน รวมโทษสองกระทงเป็น จำคุก 1 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1042/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 จำคุก 3 ปี ริบแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายวงกลมปลอม นอกนั้นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 23) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคา ประกัน65,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 1,7 แผ่นที่ 4) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1043/2533
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300,390 ลงโทษบทหนักฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 1 ปี และฐานขับรถซึ่งก่อให้เกิด ความเสียหายแก่บุคคลแล้วไม่หยุดช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 78,160 วรรคแรก จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 1 เดือน จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 สั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกันสองแส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1044/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 257 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 61,60) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 120,000 บาท (อันดับ 4,45) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1045/2533
โจทก์จำเลยตกลง กันให้ถือ เอาผลการพิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ในคดีอื่นมาเป็นผลการตรวจ พิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ และได้ แถลงรับกันว่าผลการตรวจ พิสูจน์ลายมือชื่อในคดีดังกล่าว ปรากฏว่า ลายมือชื่อในเช็ค ไม่ใช่ลายมือของจำเลยที่ 2 ศาลจึงมีอำนาจที่จะรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวประกอบกับพยานหลักฐานอื่นในสำนวนแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้ ไม่เป็นการผิดกฎหมายหรือขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1045/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 82) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยเปิดทางในที่ดินจำเลยมีความกว้าง1.40 เมตร ยาวจนจดทางสาธารณะ เพื่อให้โจทก์มีทาง ออกสู่ทางสาธารณะได้ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 79,78) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1046/2533
ความว่า เนื่องจากโจทก์จำเลยสามารถตกลงกันได้แล้ว โดยจำเลยยินยอมชำระหนี้ตามฟ้องให้โจทก์ โจทก์จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 69) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้เงิน 7,169.45 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันที่ 3 กุมภาพันธ์2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระก็ให้ยึดทรัพย์จำนอง คือ ที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 9 เล่ม 1 ก. หน้า 9 เลขที่ดิน138 และเลขที่ 145 เล่ม 2 ก. หน้า 45 เลขที่ดิน 59 ตำบลดงเมืองแอมกิ่งอำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์ฎีกา (อันดับ 57) ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จ และได้ส่งไปยังศาลชั้นต้นเพื่อนัดคู่ความฟังแล้ว (อันดับ 67) ก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยทนายโจทก์ซึ่งมีอำนาจถอนฟ้องลงชื่อในคำร้อง (อันดับ 69,29) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้โจทก์ถอนฎีกาได้ คืนค่าขึ้นศา …
- ฎีกาที่ 1047/2533
สัญญาที่จำเลยจ้าง โจทก์ให้ว่าความ กำหนดค่าจ้างว่าความส่วนที่ยังมิได้ชำระเป็นจำนวนเงินสิบเปอร์เซ็นต์ ของเงินที่จำเลยจะได้ รับจากการฟ้องแย้ง เป็นสัญญารับจ้างว่าความโดย วิธีแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้ แก่ลูกความ อันมีวัตถุประสงค์ขัดต่อ พ.ร.บ. ทนายความ พ.ศ. 2508 มาตรา 41 ประกอบพ.ร.บ. ทนายความ พ.ศ. 2477 มาตรา 12(2) จึงตกเป็นโมฆะตามป.พ.พ. มาตรา 113 ดังนี้ แม้ต่อมาจะได้ มี พ.ร.บ. ทนายความพ.ศ. 2528 ยกเลิกกฎหมายข้างต้นแล้ว และตาม บทเฉพาะกาล มาตรา 86 ของพ.ร.บ. ดังกล่าว กำหนดให้คณะกรรมการออกข้อบังคับว่าด้วยมารยาททนายความตาม มาตรา 53 ซึ่ง มิได้มีการกำหนดเรื่องค่าจ้างการว่าความไว้ ก็ไม่ทำให้สัญญาซึ่ง เป็นโมฆะแต่ ต้น กลับสมบูรณ์ขึ้นดังนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างว่าความที่เหลือจากจำเลย.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1047/2533
ความว่าจำเลยฎีกาคดีมีทางชนะโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ เฉพาะทนายโจทก์ที่ 3 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 82 แผ่นที่ 2) ส่วนโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาท ให้จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 69,70) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาท (อันดับ 54) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา โดยมีเงื่อนไขว่า ห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาท หากปฏิบัติผิดเงื่อนไขเมื่อใดก็ไม่อนุญาตและให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที
- ฎีกาที่ 1048/2533
โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยใช้ เงินตาม สัญญาซื้อขาย จำเลยฎีกาอ้างว่าโจทก์ไม่ได้รับความยินยอมจากสามีจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้นเมื่อจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ เป็นประเด็นในคำให้การไว้ จึงเป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ.มาตรา 294 แม้ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วย ความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่ ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรที่จะได้ รับการวินิจฉัย.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1048/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีเหตุผลเพียงพอที่จะรับฟังและสามารถกลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 61) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 889เนื้อที่ดิน 6 ไร่ 2 งาน 95.50 วา ที่ดินโฉนดเลขที่ 1296 เนื้อที่ดิน 2 งาน56 วา และที่ดินโฉนดเลขที่ 1301 เนื้อที่ดิน 3 งาน 20 วา เฉพาะส่วนของจำเลยซึ่งได้รับการยกให้จากโจทก์รวม 3 แปลง ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลมหาพราหมณ์ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้แก่โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถ้าจำเลยไม่ไปก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 57,56) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา โดยห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งนี้ให้เจ้าพนักงานที่ดินท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1049/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางสำเนียง สุวรรณไขศรี มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 จำเลยอายุไม่เกิน 20 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามจำคุกกระทงละ 8 ปี รวมสองกระทงเป็นจำคุก 16 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 24) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 1,11) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1050/2533
ความว่า คดีนี้จำเลยได้ฎีกาว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ เนื่องจากสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปแล้ว เพราะในความผิดเดียวกันนี้จำเลยได้ถูกฟ้องเป็น 4 สำนวน ซึ่งในสำนวนอื่นศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องและโดยเฉพาะคดีอาญาหมายเลขดำ ที่3105/2530 หมายเลขแดงที่ 185/2531 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการได้ถึงที่สุดแล้ว เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จำเลยจึงขออ้างพยานเพิ่มเติมปรากฏตามบัญชีพยานท้าย คำร้องนี้และขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งให้เรียกสำนวนคดีอาญา หมายเลขดำที่ 3105/2530 หมายเลขแดงที่ 145/2531 มาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 จำคุก 1 ปี 6 เดือน คำให้การจำเลยชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา …