ประเภทคำวินิจฉัย: คำพิพากษาศาลฎีกา
120,216 รายการ · หน้า 12 จาก 6,011
- ฎีกาที่ 7211/2568
- ฎีกาที่ 7252/2568
หนังสือสำนักงานประกันสังคม ที่ รง 0609/ว 907 เรื่อง แนวปฏิบัติกรณีสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ส่งผู้ประกันตนไปรักษาต่อ ลงวันที่ 13 กันยายน 2548 ข้อ 2 ระบุว่า กรณีสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ไม่สามารถให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ประกันตนได้ หรือมีความจำเป็นต้องส่งผู้ประกันตนไปตรวจพิเศษ สถานพยาบาลจะต้องส่งผู้ประกันตนไปรักษาต่อ ณ สถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า โดยดำเนินการตามขั้นตอน คือ ออกหนังสือส่งตัวผู้ประกันตนไปรักษาต่ออย่างชัดเจนโดยไม่มีเงื่อนไขและรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นให้แก่สถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่าต่อไปด้วย ดังนี้ การที่โรงพยาบาล ป. ส่งผู้ประกันตนซึ่งเป็นผู้ป่วยสิทธิประกันสังคมไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล ว. ซึ่งเป็นสถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า โดยออกหนังสือส่งตัวอันเป็นการรับรองว่าโรงพยาบาล ป. จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นเป็นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในหนังสือสำนักงานประกันสัง …
- ฎีกาที่ 731/2568
สัญญาจ้างเดิมระหว่างโจทก์กับบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน อ. สิ้นสุดไปตามหนังสือลาออกของโจทก์ ฉบับลงวันที่ 27 มีนาคม 2561 แล้ว พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า การที่โจทก์ยื่นหนังสือลาออกและได้รับเงินด้วยไมตรีจิต แม้โจทก์จะกลับมาทำงานกับบริษัทเดิม ในเวลาต่อมานั้น ก็ถือเป็นการออกจากงานตาม ป.รัษฎากร มาตรา 48 (5) แล้ว โจทก์ได้รับเงินจำนวน 16,344,650 บาท จากนายจ้าง เนื่องจากโจทก์ลาออกจากงานตามสัญญาจ้างเดิมด้วยความสมัครใจ มิใช่การเลิกจ้างที่จะเป็นเหตุให้ได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน เงินจำนวนดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ตาม ข้อ 1 (ค) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) ฯ แต่ถือได้ว่าเป็นเงินได้พึงประเมินที่จ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานที่มีวิธีการคำนวนแตกต่างไปจากวิธีการตาม (ก) ตามข้อ 1 (ง) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได …
- ฎีกาที่ 7400/2568
พฤติการณ์ที่ผู้ตายถอนเสาปูนที่ปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตที่ดินระหว่างที่ดินของภริยาจำเลยกับที่ดินของบุตรผู้ตาย เมื่อจำเลยไปสอบถามผู้ตายแล้วเกิดปากเสียงโต้เถียงกัน ผู้ตายใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันจำเลย ถือว่ามีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงแก่จำเลยแล้ว แม้ต่อมาจำเลยแย่งอาวุธมีดอีโต้ได้จากผู้ตายก็ตาม แต่ขณะนั้นผู้ตายยังคงอยู่บริเวณที่เกิดเหตุจึงมิใช่ภยันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่จำเลยหมดไปแล้ว ในสถานการณ์เช่นนั้นจำเลยย่อมไม่มีเวลาคิดว่าต้องวิ่งหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอดหรือรอผู้ตายเข้ามาแย่งอาวุธมีดอีโต้จากจำเลย และไม่มีเหตุอันใดที่จำเลยจะเสี่ยงภัยต่อสู้กับผู้ตายอีก การที่จำเลยใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันและตีผู้ตายจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อจำเลยใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันและตีผู้ตายจนล้มลงแล้ว แสดงว่าภยันตรายที่เกิดจากการกระทำของผู้ตายนั้นถูกจำเลยควบค …
- ฎีกาที่ 7400/2568
พฤติการณ์ที่ผู้ตายถอนเสาปูนที่ปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตที่ดินระหว่างที่ดินของภริยาจำเลยกับที่ดินของบุตรผู้ตาย เมื่อจำเลยไปสอบถามผู้ตายแล้วเกิดปากเสียงโต้เถียงกัน ผู้ตายใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันจำเลย ถือว่ามีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงแก่จำเลยแล้ว แม้ต่อมาจำเลยแย่งอาวุธมีดอีโต้ได้จากผู้ตายก็ตาม แต่ขณะนั้นผู้ตายยังคงอยู่บริเวณที่เกิดเหตุจึงมิใช่ภยันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่จำเลยหมดไปแล้ว ในสถานการณ์เช่นนั้นจำเลยย่อมไม่มีเวลาคิดว่าต้องวิ่งหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอดหรือรอผู้ตายเข้ามาแย่งอาวุธมีดอีโต้จากจำเลย และไม่มีเหตุอันใดที่จำเลยจะเสี่ยงภัยต่อสู้กับผู้ตายอีก การที่จำเลยใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันและตีผู้ตายจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อจำเลยใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันและตีผู้ตายจนล้มลงแล้ว แสดงว่าภยันตรายที่เกิดจากการกระทำของผู้ตายนั้นถูกจำเลยควบค …
- ฎีกาที่ 7422/2568
ป.ยาเสพติด มาตรา 129 เป็นบทกฎหมายที่บัญญัติองค์ประกอบความผิดขึ้นใหม่ที่ใช้ในกรณีที่การกระทำไม่ถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิด แต่เป็นเพียงการเปิดบัญชีธนาคารโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเท่านั้น หากการเปิดบัญชีธนาคารนั้นถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก็เป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 129 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยฐานสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่ง ป.ยาเสพติดยังคงบัญญัติให้การกระทำความผิดฐานดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) จำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด โดยจำเลยต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ
- ฎีกาที่ 7422/2568
ป.ยาเสพติด มาตรา 129 เป็นบทกฎหมายที่บัญญัติองค์ประกอบความผิดขึ้นใหม่ที่ใช้ในกรณีที่การกระทำนั้นไม่ถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิด แต่เป็นเพียงการเปิดบัญชีธนาคารโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเท่านั้น หากการเปิดบัญชีธนาคารนั้นถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก็เป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 129 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยฐานสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่ง ป.ยาเสพติดยังคงบัญญัติให้การกระทำความผิดฐานดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) จำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดโดยจำเลยต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ
- ฎีกาที่ 7430/2568
จำเลยโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์และรถจักรยานยนต์พิพาท ซึ่งอยู่ในระหว่างที่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด จึงเป็นการโอนทรัพย์สินของตนให้แก่ผู้อื่นโดยมีเจตนาพิเศษเพื่อไม่ให้โจทก์ร่วมในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้รับชำระหนี้ค่าสินไหมทดแทน อันเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตาม ป.อ. มาตรา 350 และเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ร่วม
- ฎีกาที่ 7438/2568
อาวุธปืนของกลางเป็นอาวุธปืนที่มีใบอนุญาตให้มีและใช้เป็นของผู้อื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย ความผิดของจำเลยจึงอยู่ที่การมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปโดยไม่ได้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นความผิดเฉพาะตัว อาวุธปืนของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่มีไว้เป็นความผิดอันจะต้องริบเสียทั้งสิ้น ตาม ป.อ. มาตรา 32 นอกจากนั้นแม้ความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 72 ทวิ แต่กฎหมายดังกล่าวก็มิได้บัญญัติให้อำนาจศาลสั่งริบอาวุธปืนที่พาไปโดยผิดกฎหมายได้ ดังนั้น ศาลจึงไม่มีอำนาจริบอาวุธปืนของกลาง
- ฎีกาที่ 7470/2568
อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 ข้อเท็จจริงคดีนี้ภายหลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดลูกหนี้ชั้นต้นแล้ว โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2555 อายุความจึงสะดุดหยุดลงนับแต่นั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (3) ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนนั้นไม่นับเข้าในอายุความ และเมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดเวลาใด ให้เริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่เวลานั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/15 ดังนั้น ในวันที่โจทก์ยื่นคำขอรับชำระหนี้อันเป็นเหตุที่อายุความสะดุดหยุดลง สิทธิเรียกร้องต่อกองทรัพย์สินของลูกหนี้ผู้ล้มละลาย ย่อมเกิดขึ้นทันทีในวันดังกล่าวด้วย และเริ่มนับอายุความใหม่ได้นับแต่นั้นเป็นต้นไป การปลดจากล้มละลายเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในกฎหมายที่ให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากสภาวะล้มละลายแล้วกลับมามีอำนาจจัดการทรัพย์สินของตนภายหลังป …
- ฎีกาที่ 748/2568
การที่ภริยาจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่มีความสัมพันธ์กับสามีของตนในทำนองชู้สาวตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง ต้องเป็นกรณีที่หญิงดังกล่าวได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว โดยหญิงดังกล่าวจะต้องทราบว่าชายนั้นมีภริยาแล้ว แต่ยังจงใจละเมิดสิทธิภริยาด้วย จึงต้องรับผิดใช้ค่าทดแทน แม้จำเลยที่ 2 จะขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ก็ต้องนำพยานหลักฐานมาสืบให้ได้ความตามคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 198 ทวิ ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 ว่า จำเลยที่ 2 ได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ในทำนองชู้สาวโดยทราบว่าจำเลยที่ 1 เป็นสามีโจทก์ ซึ่งการกล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 มีความประพฤติอันผิดทำนองคลองธรรมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีโจทก์ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงและนำมาแต่ความเสื่อมเสียแก่ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเช่นนี้ ศ …
- ฎีกาที่ 7491/2568
แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องก็ชอบที่จะต้องมีคำสั่งเกี่ยวกับอาวุธปืนของกลางที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งริบด้วยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 186 (9) ประกอบมาตรา 215 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่วินิจฉัยเกี่ยวกับของกลางดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง เมื่ออาวุธปืนของกลางเป็นทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่ามีไว้เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 32 จึงให้ริบ
- ฎีกาที่ 7497/2568
เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นการหมิ่นประมาทผู้ร้องด้วยการโฆษณาอันเป็นการกระทำละเมิด ซึ่งจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เสียหาย แม้ผู้ร้องไม่ได้ฎีกาเรื่องค่าสินไหมทดแทน เพราะไม่ทราบว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำร้องขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของผู้ร้อง เนื่องจากศาลชั้นต้นไม่ได้ส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ผู้ร้อง แต่เมื่อคดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกคดีส่วนแพ่งขึ้นวินิจฉัยเพื่อให้เป็นไปตามผลคดีอาญาได้เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตาม ป.วิ.อ.มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
- ฎีกาที่ 7552/2568
กรมธรรม์ประกันภัย หมวดที่ 2 ข้อ 7 กำหนดข้อยกเว้นความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกว่า การประกันภัยตามหมวดนี้ ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจาก 7.4 การใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือผลักดันได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย อันเป็นเหตุยกเว้นความรับผิดที่ผู้รับประกันภัยจะยกขึ้นปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญเสียหรือความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแก่บุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหาย ข้อยกเว้นนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อบุคคลภายนอก ย่อมต้องตีความโดยเคร่งครัด เมื่อพิจารณาว่าการประกันภัยมีหลายรูปแบบ ทั้งการประกันภัยประเภทคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและการประกันภัยประเภทสมัครใจ ข้อยกเว้นดังกล่าวไม่ได้ระบุเพิ่มเติมว่า การประกันภัยต้องเป็นการประกันภัยประเภทใด จึงไม่อาจตีความขยายความให้เป็นผลเสียต่อบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายว่าเฉพาะแต่กรณีรถที่ถูกลากจูงที่ได้เอาประกันภัยประเภทสมัครใจไว้กับจำเ …
- ฎีกาที่ 7563/2568
คดีต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง หากจำเลยประสงค์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาลชั้นต้นขอให้ผู้พิพากษาคนใดคนหนึ่งซึ่งพิจารณา หรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 5 อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ตามที่ ป.วิ.อ. มาตรา 221 บัญญัติไว้ แต่จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกา โดยมิได้ขอให้ผู้พิพากษาศาลล่างทั้งสองดังกล่าวอนุญาตให้ฎีกา คำร้องขออนุญาตฎีกาของจำเลยจึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 221 ศาลชั้นต้นชอบที่จะยกคำร้องได้ ทั้งคำร้องขออนุญาตฎีกามิใช่คำฟ้อง คำให้การ หรือคำร้องทั้งหลายที่ยื่นต่อศาลเพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความ แต่เป็นคำร้องที่จำเลยต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติไว้โดยเฉพาะ กรณีมิใช่การตรวจรับคำคู่ความ ศาลจึงไม่อาจสั่งให้จำเลยแก้ไขในข้อที่ม …
- ฎีกาที่ 7563/2568
คดีต้องห้ามไม่ให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง หากจำเลยประสงค์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาลชั้นต้นขอให้ผู้พิพากษาคนใดคนหนึ่งซึ่งพิจารณา หรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 5 อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ตามที่ ป.วิ.อ. มาตรา 221 บัญญัติไว้ แต่จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกา โดยมิได้ขอให้ผู้พิพากษาศาลล่างทั้งสองดังกล่าวอนุญาตให้ฎีกา คำร้องขออนุญาตฎีกาของจำเลยจึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 221 ศาลชั้นต้นชอบที่จะยกคำร้องได้ ทั้งคำร้องขออนุญาตฎีกามิใช่คำฟ้อง คำให้การ หรือคำร้องทั้งหลายที่ยื่นต่อศาลเพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความ แต่เป็นคำร้องที่จำเลยต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติไว้โดยเฉพาะ กรณีมิใช่การตรวจรับคำคู่ความ ศาลจึงไม่อาจสั่งให้จำเลยแก้ไขในข้อที่ …
- ฎีกาที่ 7591/2568
คดีนี้จำเลยเป็นเพียงผู้รับโอนโดยซื้อทรัพย์สินซึ่งจำนองจากการขายทอดตลาดซึ่งมีเงื่อนไขให้ติดจำนองมาด้วย โดยไม่ได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2496/2563 โจทก์ไม่อาจอ้างข้อตกลงตามบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันมาเพื่อบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยนอกเหนือไปจากทรัพย์สินที่จำนองได้ ประกอบกับเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาทรัพย์จำนองไว้ 770,392 บาท และสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันระบุชัดเจนว่าจำนองเป็นประกัน 900,000 บาท โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดในภาระจำนองตามสัญญาจำนองในวงเงิน 900,000 บาท นอกจากนี้ แม้หนังสือสัญญาจำนองระบุว่าไม่คิดดอกเบี้ยก็เป็นแนวปฏิบัติของธนาคาร อ. แต่บันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกัน ข้อ ๑ วรรคสอง ระบุว่า "...ผู้จำนองยินยอมรับผิดชดใช้เงินต้นพร้อมค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถาม ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้ ค่าภาระติดพันอ …
- ฎีกาที่ 7626/2568
โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ร่วมและจำเลยรวมทั้งบุคคลอื่นอีก 1 คน เป็นผู้ถือหุ้น โดยโจทก์ร่วมและจำเลยเป็นกรรมการในบริษัทร่วมกันกระทำการแทนบริษัท ต่อมาจำเลยเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของบริษัทแล้วเบียดบังยักยอกเงินเป็นของตนเองโดยทุจริต ทำให้โจทก์ร่วมในฐานะผู้ถือหุ้นในบริษัทได้รับความเสียหาย คำฟ้องของโจทก์เป็นการยืนยันแล้วว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทและเป็นผู้เสียหายในกรณีที่กรรมการของบริษัทเป็นผู้กระทำความผิดต่อบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้นเอง ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจึงสามารถร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีแก่จำเลยได้นั้น จึงมิใช่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น คดีนี้เป็นความผิดที่ได้กระทำต่อนิติบุคคล ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (3) บัญญัติให้ผู้จัดการ หรือผู้แทนอื่น ๆ ของนิติบุคคลเป็นผู้ฟ้องคดีแทน เมื่อจำเลยซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท เป็นผู้กระทำความผิดต่อบริษ …
- ฎีกาที่ 7630/2568
ข้อตกลงตามสัญญายกเลิกที่กำหนดให้จำเลยมีสิทธิหักเงินที่โจทก์ชำระแก่จำเลยไปแล้วเป็นค่าแห่งการงาน 151,410 บาท ซึ่งโจทก์อยู่ในฐานะที่ต้องจำยอมเสียเงินค่าดำเนินงานตามที่จำเลยกำหนดไว้ ไม่ว่าในความเป็นจริงแล้ว ค่าดำเนินงานดังกล่าวจะมีอยู่จริงหรือมีจำนวนน้อยกว่าที่จำเลยกำหนดไว้ โจทก์ก็จำต้องเสียค่าดำเนินงานให้จำเลยเต็มตามจำนวนที่จำเลยกำหนดไว้ในสัญญาโดยมิได้คำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่จำเลยต้องเสียไปตามความเป็นจริง ข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นข้อตกลงที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจและมีอำนาจต่อรองมากกว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้บริโภคเป็นผู้กำหนดขึ้นฝ่ายเดียว ทำให้จำเลยได้เปรียบเกินสมควร ทั้ง ๆ ที่จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาดำเนินการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด จึงเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง มีผลใช้บังคับได้เท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญ …
- ฎีกาที่ 7708/2568
ป.อ. มาตรา 91 บัญญัติถึงการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน มิได้บัญญัติว่าการกระทำความผิดหลายกรรมนั้นจะเกิดขึ้นในวาระเดียวกันไม่ได้ การกระทำในวันเดียวกันหรือวาระเดียวกันหรือต่อเนื่องในคราวเดียวกันก็อาจเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันได้ จำเลยปลอมหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาค้ำประกันอันเป็นเอกสารสิทธิ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 จำนวน 3 ครั้ง วันที่ 30 สิงหาคม 2560 จำนวน 2 ครั้ง วันที่ 3 ตุลาคม 2560 จำนวน 3 ครั้ง และวันที่ 10 ตุลาคม 2560 จำนวน 2 ครั้ง และในแต่ละวันหลังจำเลยปลอมเอกสารดังกล่าวแล้ว จำเลยนำเอกสารสิทธิปลอมดังกล่าวไปใช้แสดงเพื่อฉ้อโกงผู้เสียหาย แม้จำเลยนำเอกสารสิทธิปลอมหลายฉบับนั้นไปใช้ในวันเดียวกัน โดยยื่นต่อผู้เสียหายเพื่อขออนุมัติเงินกู้จากผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายต้องพิจารณาอนุมัติเป็นรายเรื่องรายกรณีไปตามเนื้อความในเอกสารสิทธิปลอมดังกล่าว การปลอมหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังส …