ประเภทคำวินิจฉัย: คำพิพากษาศาลฎีกา
120,216 รายการ · หน้า 13 จาก 6,011
- ฎีกาที่ 7717/2568
ป.วิ.พ. มาตรา 303 บัญญัติว่า "การยึดสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกระทำโดย (1) นำทรัพย์นั้นมาเก็บรักษาไว้ หรือฝากทรัพย์นั้นไว้ ณ สถานที่ใดหรือแก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควรหรือมอบให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้รักษาทรัพย์นั้นโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา" ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว เมื่อมีการยึดสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างของลูกหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว ผู้มีหน้าที่รักษาทรัพย์นั้น โดยหลักคือเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่เจ้าพนักงานบังคดีอาจฝากทรัพย์นั้นไว้ ณ สถานที่ใดหรือแก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควรก็ได้ เว้นแต่กรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมอบให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้รักษาทรัพย์ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา การมอบทรัพย์ให้เก็บรักษาไว้อาจมีค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาทรัพย์หรือไม่ก็ได้ ตามแต่จะตกลงกัน โดยค่ารักษาทรัพย์ เป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงาน …
- ฎีกาที่ 7724/2568
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4 (6) ให้คำนิยาม คำว่า "มี" หมายความว่า มีกรรมสิทธิ์หรือมีไว้ในครอบครอง แต่ไม่หมายถึงการที่อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดที่มีไว้โดยชอบด้วยกฎหมายและตกอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่นซึ่งไม่ต้องห้ามตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัตินี้เท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาสิ่งที่ว่านี้มิให้สูญหาย เมื่อคำว่า "มีไว้ในครอบครอง" มิได้มีบทบัญญัติให้ความหมายไว้เป็นพิเศษ จึงต้องใช้ความหมายตามถ้อยคำธรรมดา ไม่อาจนำเอาหลักกฎหมายทั่วไปตาม ป.พ.พ. มาใช้ได้ เนื่องจากการมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองซึ่งเป็นการกระทำความผิดอาญา ต้องตีความโดยเคร่งครัด การพิจารณาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองหรือไม่ ต้องพิจารณาจากเจตนาภายในอันเป็นองค์ประกอบความผิดของการกระทำเป็นสำคัญด้วย การที่จำเลยลุกออกจากวงสนทนาขณะเกิ …
ป.อ. 371พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 8 ทวิพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72 ทวิ - ฎีกาที่ 7724/2568
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4 (6) ให้คำนิยาม คำว่า "มี" หมายความว่า มีกรรมสิทธิ์หรือมีไว้ในครอบครอง แต่ไม่หมายถึงการที่อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดที่มีไว้โดยชอบด้วยกฎหมายและตกอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่นซึ่งไม่ต้องห้ามตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัตินี้เท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาสิ่งที่ว่านี้มิให้สูญหาย เมื่อคำว่า "มีไว้ในครอบครอง" มิได้มีบทบัญญัติให้ความหมายไว้เป็นพิเศษ จึงต้องใช้ความหมายตามถ้อยคำธรรมดา ไม่อาจนำเอาหลักกฎหมายทั่วไปตาม ป.พ.พ. มาใช้ได้ เนื่องจากการมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองซึ่งเป็นการกระทำความผิดอาญา ต้องตีความโดยเคร่งครัด การพิจารณาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองหรือไม่ ต้องพิจารณาจากเจตนาภายในอันเป็นองค์ประกอบความผิดของการกระทำเป็นสำคัญด้วย การที่จำเลยลุกออกจากวงสนทนาขณะเกิ …
ป.อ. 371พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 8 ทวิพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72 ทวิ - ฎีกาที่ 7746/2568
ป.อ. มาตรา 3 (1) บัญญัติว่า "ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดไม่ว่าในทางใด เว้นแต่คดีถึงที่สุดแล้ว แต่กรณีที่คดีถึงที่สุดแล้วดังต่อไปนี้ (1) ถ้าผู้กระทำความผิดยังไม่ได้รับโทษ หรือกำลังรับโทษอยู่และโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง เมื่อสำนวนความ ปรากฏแก่ศาล หรือเมื่อผู้กระทำความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้น หรือพนักงานอัยการร้องขอ ให้ศาลกำหนดโทษเสียใหม่ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง แม้คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ต่อมาวันที่ 7 ธันวาคม 2564 จำเลยยื่นคำร้องขอให้กำหนดโทษใหม่ ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1) และวันที่ 9 ธันวาคม 2564 ป.ยาเสพติดซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังมีผลใช้บังคับ ครั้นวันที่ 27 ธันวาคม 2564 โจทก์ยื่นคำร้อ …
- ฎีกาที่ 7749/2568
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2549 มาตรา 26 ที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองว่ากระทำความผิดเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเด็กในหมวด 2 ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวความรับผิดของผู้ปกครองเกิดขึ้นทันทีที่บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด แม้ว่าเด็กจะยังไม่ได้กระทำความผิดขึ้น ความรับผิดทางอาญาของผู้ปกครองในบทบัญญัตินี้เป็นความรับผิดอันเนื่องมาจากการกระทำของตัวผู้ปกครองเองไม่ใช่ความผิดจากการกระทำของเด็ก เมื่อมีการกระทำความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวเกิดขึ้น รัฐซึ่งมีหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองดูแลเด็กจึงเป็นผู้เสียหายโดยตรงที่มีอำนาจฟ้อง ความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นความผิดต่อรัฐ ซึ่งรัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) และไม่มีอำนาจฟ้อง
- ฎีกาที่ 7754/2568
เมื่อบริษัทประกันภัยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับผู้ร้องที่ 1 จึงไม่ใช่กระทำเพื่อยุติข้อพิพาทในมูลละเมิดของจำเลย แต่เป็นเรื่องที่กระทำขึ้นเพื่อตกลงยุติข้อพิพาทตามสัญญาประกันวินาศภัย ที่ผู้รับประกันภัยมีหน้าที่ตามกฎหมาย ข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความระบุไว้เพียงเฉพาะแต่ค่าสินไหมทดแทนส่วนค่าปลงศพเท่านั้น ไม่ได้รวมถึงค่าขาดไร้อุปการะที่ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นเงิน 70,000 บาท ด้วย จึงมีผลให้จำเลยหลุดพ้นความรับผิดในเงินจำนวนที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างผู้ร้องที่ 1 กับบริษัทผู้รับประกันภัยในค่าปลงศพเท่านั้น ทั้งไม่ได้ตกลงที่จะยุติข้อพิพาทในส่วนค่าสินไหมทดแทนในส่วนอื่นที่จำเลยจะต้องชำระแก่ผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องที่ 2 และผู้ร้องที่ 3 ด้วย แม้จะมีข้อตกลงในสัญญาว่า ผู้ร้องที่ 1 ในฐานะผู้รับสัญญาตกลงไม่เรียกร้องค่าเสียหายอื่นใดทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อบริษัทประกันภัยและผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีกต่อไป …
- ฎีกาที่ 7890/2568
แม้ตามคำร้องของผู้ร้องจะไม่ใช่กรณีตำแหน่งผู้แทนของบริษัทว่างลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 73 แต่ก็ไม่มีกฎหมายที่จะยกขึ้นมาปรับแก่คดีนี้ได้ ทั้งไม่มีจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นในกรณีนี้ จึงต้องอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาวินิจฉัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 4 วรรคสอง ในการตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนชั่วคราวตามบทกฎหมายดังกล่าวได้ คดีนี้ ก. และ ช. กรรมการของจำเลยกลุ่มที่ 1 กระทำการเป็นปรปักษ์ไม่ลงลายมือชื่อร่วมกับกรรมการกลุ่มที่ 2 แต่งตั้งทนายความเพื่อต่อสู้คดี ย่อมทำให้ผู้ร้องมีความจำเป็นเพื่อแก้ไขอุปสรรคและข้อขัดข้องเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย จึงชอบที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนชั่วคราวของจำเลยโดยให้ผู้ร้องสามารถลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยมีอำนาจกระทำแทนการจำเลยและแต่งตั้งทนายความเพื่อต่อสู้คดีไม่ให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทจำเลย ผู้ร้องสอดเป็นประธานกรรมการบริษัทจำเ …
- ฎีกาที่ 7890/2568
ผู้ร้องสอดเป็นประธานกรรมการบริษัทจำเลยและเป็นประธานในการประชุมของบริษัทจำเลยทุกครั้งรวมทั้งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลย โดยผู้ร้องสอดได้เข้าประชุมและลงมติในการประชุมคณะกรรมการบริษัทจำเลยครั้งที่ ๔/๒๕๖๓ กับได้เข้าประชุมและลงมติในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ ด้วย การที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการประชุมและมติที่ประชุมทั้งสองครั้งดังกล่าว ย่อมทำให้การประชุมและการลงมติในการประชุมทั้งสองครั้งดังกล่าวอาจถูกเพิกถอนได้ ผู้ร้องสอดจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องสอดเข้ามาในคดีเพื่อให้ได้รับความรับรอง คุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๕๗ (๑)
- ฎีกาที่ 7903/2568
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามสัญญาจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นประกันหนี้การกู้ยืมเงินจากโจทก์ และหนี้ผิดสัญญาโอนสิทธิการขายโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล กรณีโจทก์กับสมาคมคนตาบอดจังหวัดลำพูนที่มีจำเลยเป็นนายกสมาคม ทำสัญญาให้โจทก์เป็นผู้แทนในการรับสลากกินแบ่งรัฐบาลจากสมาคมไปจำหน่ายต่อ แต่ต่อมาสมาคมและจำเลยไม่สามารถจัดส่งสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่โจทก์ได้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า หนี้ตามฟ้องทั้งสองรายการเป็นมูลหนี้เดียวกันเพราะหลังจากที่สมาคมคนตาบอดจังหวัดลำพูนไม่สามารถจัดส่งสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่โจทก์ได้ โจทก์เรียกค่าเสียหาย 700,000 บาท ต่อมาจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องเพื่อเป็นประกันหนี้พร้อมดอกเบี้ยในวงเงิน 1,308,200 บาท การจดทะเบียนจำนองดังกล่าวจึงไม่ใช่การจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้กู้ยืมเงินจากโจทก์ เพราะไม่มีการกู้ยืม …
- ฎีกาที่ 7904/2568
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตาม พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 มาตรา 3 มีลักษณะเป็นตราสารชนิดหนึ่งที่สามารถซื้อขายกันได้ และหากผู้ใดจะเข้าประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเป็นตัวแทนสัญญาซื้อขายตราสาร หรือเป็นผู้ค้าตราสาร เป็นที่ปรึกษาตราสาร เป็นผู้จัดการเงินทุนตราสาร หรือประกอบกิจการอื่นที่เกี่ยวกับตราสารนี้ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามบทบัญญัติในมาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว โจทก์และจำเลยมีเจตนาซื้อขายทองคำ โดยราคาที่ตกลงซื้อขายคือราคาขณะที่จำเลยส่งคำสั่งซื้อหรือส่งคำสั่งขาย มิใช่ราคาในอนาคต เพียงแต่จำเลยไม่ต้องชำระราคาหรือส่งมอบทองคำในขณะที่เกิดการซื้อขาย แต่สามารถชำระราคาหรือส่งมอบทองคำได้ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่สั่งซื้อหรือสั่งขาย ซึ่งก็เป็นเพียงวิธีการชำระหนี้ภายหลังตกลงซื้อขายทองคำกันแล้ว สัญญาซื้อขายทองคำตามฟ้องจึงไม่ได้มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อข …
- ฎีกาที่ 7946/2568
การที่จำเลยลักบัตรเครดิตของผู้เสียหายแล้ว จำเลยนำบัตรเครดิตดังกล่าวไปชำระค่าบริการและค่าสินค้าแทนการชำระด้วยเงินสด 7 ครั้ง ซึ่งจำนวนเงินที่จำเลยใช้บัตรเครดิตชำระค่าบริการและค่าสินค้าแต่ละครั้งเป็นคนละจำนวนไม่เท่ากันและต่างเวลากัน ลักษณะการกระทำความผิดดังกล่าว ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำความผิดในวาระเดียวกัน การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นความผิด 7 กรรมต่างกัน
- ฎีกาที่ 7957/2568
งานอันจะมีลิขสิทธิ์ได้ต้องเกิดจากการที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์งานประเภทใดประเภทหนึ่งตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 6 และมาตรา 8 โดยริเริ่มขึ้นเองในการทำหรือก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์โดยมิได้ทำซ้ำหรือดัดแปลงจากงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่น แม้คุณค่าของงานหรือคุณค่าทางศิลปะไม่ใช่เงื่อนไขของการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ตาม แต่ก็ต้องเป็นงานที่ถูกสร้างสรรค์ด้วยตนเอง (originality) หาใช่เป็นเพียงงาน (work) ซึ่งทำขึ้นโดยทั่วไปเท่านั้น ความมุ่งหมายให้เกิดผลงานอันมีลักษณะเป็นงานสร้างสรรค์ที่เป็นงานประเภทใดประเภทหนึ่งย่อมเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะแสดงได้ว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ที่กฎหมายให้ความคุ้มครองตามมาตรา 6 พนักงานโจทก์ที่ 1 และทีมงานออกแบบลวดลายดอกยางพิพาทโดยมีวัตถุประสงค์ของการออกแบบตั้งแต่แรกเพื่อเป็นแบบผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับปรับปรุงสมรรถนะของยางรถจักรยานยนต์ การออกแบบลวดลายดอกยางของโจทก์ที่ 1 จึงเป็นการออ …
- ฎีกาที่ 7961/2568
แม้ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 132 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลเห็นว่าตามพฤติการณ์แห่งคดียังไม่สมควรจะมีคำพิพากษา...เมื่อศาลสอบถามผู้เสียหายแล้ว ศาลอาจมีคำสั่ง..." อันเป็นบทบัญญัติที่กำหนดวิธีการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเพื่อให้ศาลทราบถึงสภาพปัญหาแห่งคดีและสามารถจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูแก่เด็กหรือเยาวชนได้อย่างเหมาะสมก็ตาม แต่การสอบถามผู้เสียหายก็เป็นเพียงการรับฟังความเห็นของผู้เสียหายเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจในการมีคำสั่งของศาลเท่านั้น หากผู้เสียหายไม่มาศาลหรือมีเหตุจำเป็นอื่นใดที่ทำให้ศาลไม่อาจสอบถามผู้เสียหายได้ ก็ให้ศาลบันทึกเหตุแห่งการนั้นไว้ ตามข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกำหนดมาตรการแทนการพิพากษาคดี พ.ศ. 2556 ข้อ 7 (2) แต่หากผู้เสียหายมาศาลและศาลสอบถามแล้ว ผู้เสียหายคัดค้าน ก็ไม่เป็นข้อห้ามมิใ …
- ฎีกาที่ 7965/2568
ฟ้องแย้งข้อ 5.2.1 และข้อ 5.2.2 เป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไขต้องพิจารณาข้อโต้แย้งสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก โดยที่สัญญาว่าจ้างรับเหมาข้อ 13 ที่ตกลงกันว่า "ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่ออุปัทวะเหตุ หรือภยันตราย ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการงานของผู้รับจ้างเอง..." นั้น เป็นเพียงการล้อตามหลักการใน ป.พ.พ. มาตรา 428 ที่ว่า "ผู้ว่าจ้างทำของ (จำเลย) ไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้าง (โจทก์) ได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง" ซึ่งกรณีความรับผิดของผู้ว่าจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 428 นี้ เป็นความรับผิดเพื่อละเมิดเนื่องจากการกระทำของตนเอง ไม่ใช่ความรับผิดแทนผู้อื่นที่จะไล่เบี้ยผู้เป็นต้นเหตุได้ หาได้มีนัยว่าให้จำเลยรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปก่อนแล้วมาไล่เบี้ยกับโจทก …
- ฎีกาที่ 7982/2568
การที่บริษัทลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้สินเนื่องจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลาย ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 135 (3) ตามนัยมาตรา 136 เป็นผลของกฎหมายล้มละลาย เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ หรือมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะทำให้หนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ. ลักษณะ 2 หมวด 5 ความระงับแห่งหนี้ การหลุดพ้นจากหนี้สินของลูกหนี้จึงเป็นเรื่องระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ในคดีล้มละลายเท่านั้น และเป็นเรื่องเฉพาะตัวของลูกหนี้ ไม่ถือเป็นข้อต่อสู้ของลูกหนี้ที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ในฐานะผู้ค้ำประกันจะมีสิทธิยกขึ้นต่อสู้โจทก์เพื่อปฏิเสธความรับผิดได้ เพราะผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นจากความรับผิดก็เมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใดตาม ป.พ.พ. มาตรา 698 ส่วนความรับผิดของจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จำนองซึ่งมีข้อตกลงยอมรับผิดในส่วนที่ขาดจนครบ (สัญญาจำนองทำขึ้นก่อนมีการแก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. มาตร …
- ฎีกาที่ 8012/2568
โจทก์ที่ 1 นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารจำเลยที่ 2 มาวางต่อจำเลยที่ 1 ผู้ว่าจ้าง เพื่อเป็นหลักประกันในการปฏิบัติตามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง ในการขอออกหนังสือค้ำประกันนั้น โจทก์ที่ 1 มีความผูกพันที่จะต้องรับผิดต่อจำเลยที่ 2 ตามบันทึกข้อตกลงการใช้สินเชื่อ (มีหลักประกัน) อันมีลักษณะที่โจทก์ที่ 1 ตกลงขอสินเชื่อจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ และให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันสองฉบับนั้น เมื่อโจทก์ที่ 1 ผิดสัญญาต่อบุคคลภายนอกหรือจำเลยที่ 1 โดยในข้อ 3 ระบุว่า เมื่อโจทก์ที่ 1 ยินยอมให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันไปแล้ว โจทก์ที่ 1 จะนำเงินมาชำระหนี้ที่ค้างชำระทั้งจำนวนทันทีและยินยอมชำระดอกเบี้ยในอัตราเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเงินที่จำเลยที่ 2 ประกาศเรียกเก็บจากลูกค้าในกรณีผิดนัดชำระหนี้ ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผูกพันต่อจำเลยที่ 1 ตามหนังสือค้ำประกันทั้งสองฉบับที่มีใจความสำค …
- ฎีกาที่ 809/2568
จำเลยดึงเอาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ต่อมาโจทก์ร่วมก็ยินยอมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจได้โดยจำเลยไม่ได้หลบหนี พฤติการณ์การกระทำของจำเลยที่เอาสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลให้แก่โจทก์ร่วมจึงเป็นการถือวิสาสะเท่านั้น ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการลักสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปโดยการฉกฉวยเอาซึ่งหน้าอันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้อง การที่จำเลยได้รับสลากกินแบ่งรัฐบาลจากโจทก์ร่วมไปครอบครองแล้วจำเลยกลับเอาสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไป เมื่อโจทก์ร่วมทวงถามก็ไม่ยอมคืนให้แก่โจทก์ร่วมโดยปราศจากเหตุผลอันจะอ้างตามกฎหมายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการครอบครองสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมแล้วเบียดบังเอาเป็นของตนเองหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต จึงเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตาม ป.อ. …
- ฎีกาที่ 809/2568
การที่จำเลยดึงเอาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาตแต่ต่อมาโจทก์ร่วมก็ยินยอมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจได้โดยจำเลยไม่ได้หลบหนี พฤติการณ์การกระทำของจำเลยที่เอาสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลให้แก่โจทก์ร่วมจึงเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการลักสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปโดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้าอันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้อง แต่อย่างไรก็ดี เมื่อจำเลยได้รับสลากกินแบ่งรัฐบาลจากโจทก์ร่วมไปครอบครองแล้วจำเลยกลับเอาสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไป เมื่อโจทก์ร่วมทวงถามก็ไม่ยอมคืนให้แก่โจทก์ร่วมโดยปราศจากเหตุผลอันจะอ้างตามกฎหมายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการครอบครองสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมแล้วเบียดบังเอาเป็นของตนเองหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต จึงเป็นความผิดฐานยั …
- ฎีกาที่ 8094/2568
การที่โฉนดที่ดินของจำเลยทั้งสองมิได้หายไป แต่จำเลยทั้งสองกลับไปแจ้งต่อร้อยตำรวจเอก ณ. ว่าโฉนดที่ดินดังกล่าวหายไป อันเป็นความเท็จ ร้อยตำรวจเอก ณ. หลงเชื่อ จึงจดข้อความลงในรายงานประจำวันว่าโฉนดที่ดินนั้นหายไป แล้วจำเลยทั้งสองนำรายงานประจำวันดังกล่าวไปแสดงต่อ ร. และ ก. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อเป็นหลักฐานในการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินนั้นด้วยการนำความเท็จไปแจ้งว่าโฉนดที่ดินดังกล่าวหายไป แต่ความจริงแล้วโฉนดที่ดินนั้นมิได้หายไป หากแต่อยู่กับ ข. ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยทั้งสอง การแจ้งความเท็จของจำเลยทั้งสองเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อว่าเป็นความจริงจึงออกใบแทนโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร้อยตำรวจเอก ณ. ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน กับเสียหายแก่ ร. และ ก. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดิน แต่ความเสียหายดังกล่าวมิได้เกิดแก่ ข. โดยตรงเพราะจำเลยทั้ …
- ฎีกาที่ 8105/2568
ศาลที่จะมีการบังคับคดีแทน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 วรรคสาม มีอำนาจดำเนินการในกรณีที่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่โจทก์เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอ้างว่าเป็นของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษามีชื่อของบุคคลอื่นเป็นเจ้าของในทะเบียน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 นอกเหนือจากศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น