กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478
305 รายการ · หน้า 12 จาก 16
- ฎีกาที่ 142/2487
โจกฟ้องว่าจำเลยเปนเจ้ามือและหัวเบี้ยไนการเล่นการพนันโปปั่นทางพิจารนาได้ความว่าจำเลยเปนเพียงผู้เข้าเล่น(ลูกค้า) ลงโทสไ้ไม่ถือว่าทางพิจารนาได้ความต่างกับฟ้อง โจกฟ้องว่าจำเลยเคยต้องโทสและพ้นโทสมายังไม่เกิน 5 ปีขอไห้เพิ่มโทส จำเลยรับว่าเคยต้องโทสมาแล้วจิงดังนี้ถือว่ารับถึงข้อพ้นโทสมาไม่เกิน 5 ปีด้วยเพิ่มโทสได้
- ฎีกาที่ 174/2487
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเคยต้องโทษฐานลักเล่นการพนันพ้นโทษมายังไม่เกิน 3 ปีมาทำผิดฐานลักเล่นการพนันอีก จำเลยรับสารภาพดังนี้ จะถือว่าจำเลยพ้นโทษมาครบ 3 ปี แล้วไม่ได้ จึงเพิ่มโทษตามมาตรา 14ทวิ ไม่ได้ อ้างฎีกาที่874/2486
- ฎีกาที่ 174/2487
โจกฟ้องว่าจำเลยเคยต้องโทสถานลักเล่นการพนันพ้นโทสมายังไม่กิน 3 ปีมาทำผิดถานลักเล่นการพนันอีก จำเลยกับสารภาพดังนี้ จะถือว่าจำเลยพ้นโทสมาครบ 3 ปี แล้วไม่ได้ จึงเพิ่มโทสตามมาตรา 14 ทวิ ไม่ได้ อ้างดีกาที่ 874/2486.
- ฎีกาที่ 176/2487
การเพิ่มโทษผู้กระทำผิดฐานไม่เข็ดหลาบตาม พระราชบัญญัติการพนันนั้น จะใช้มาตรา 72 แห่งกฎหมายลักษณะอาญาเพิ่มโทษไม่ได้อ้างฎีกาที่ 824/2482
- ฎีกาที่ 176/2487
การเพิ่มโทสผู้กะทำผิดตามไม่เข็ดหลาบตาม พ.ร.บ.การพนันนั้น จะไข้มาตรา 72 แห่งกดหมายลักสนะอาญาเพิ่มโทสไม่ได้ อ้างดีกาที่ 824/2482
- ฎีกาที่ 636/2487
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเคยต้องโทษฐานลักเล่นการพนันพ้นโทษไปยังไม่เกิน 3 ปี จำเลยรับว่าเคยต้องโทษมาแล้วพ้นโทษยังไม่เกิน 3 ปีจริงดังนี้ จะเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้และกรณีเช่นนี้ศาลไม่จำต้องสั่งให้สืบพยานในข้อที่พ้นโทษนั้นอีก
- ฎีกาที่ 137/2486
ฟ้องโจทก์กล่าวว่าจำเลยลักลอบเล่นการพนันซึ่งมีลักษณะคล้ายทั้งจับยี่กีและหวยก.ข. เช่นนี้ย่อมถือได้ว่าฟ้องโจทก์ไม่ได้กล่าวถึงการกระทำของจำเลยให้ชัดเจนพอและไม่มีข้อเท็จจริงที่แน่นอนพอที่จำเลยจะเข้าใจและแก้ข้อหาได้จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุม
- ฎีกาที่ 137/2486
ฟ้องโจทกล่าวว่าจำเลยลักลอบเล่นการพนันซึ่งมีลักสนะคล้ายทั้งจับยี่กีและหวย ก.ข. เช่นนี้ย่อมถือได้ว่าฟ้องโจทไม่ได้กล่าวถึงการกะทำของจำเลยไห้ชัดเจนพอและไม่ข้อเท็ดจิงที่แน่นอนพอที่จำเลยจะเข้าไจและแก้ข้อหาได้ จึงเปนฟ้องที่เคลือบคลุม
- ฎีกาที่ 293/2486
คดีที่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงนั้น ผู้พิพากษาอนุญาตให้ฎีกาโดยเห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญในเรื่องดุลพินิจกำหนดโทษได้
- ฎีกาที่ 293/2486
คดีที่ต้องห้ามดีกาไนข้อเท็ดจิงนั้น พิพากสาอนุญาตไห้ดีกาโดยเห็นว่าเปน+สำคันไนเรื่องดุลพินิจกำหนดโทสได้
- ฎีกาที่ 376/2486
โจทก์ฟ้องอ้างมาตรา 10 พระราชบัญญัติการพนันซึ่งมีคำขอให้ริบของกลาง เมื่อคดีฟังได้ว่าจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องทุกประการเช่นนี้ของกลางอันเป็นของที่ใช้ในการเล่นจึงต้องริบตามมาตรา 10 ที่โจทก์อ้าง ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7/2486
- ฎีกาที่ 376/2486
โจทฟ้องอ้างมาตรา 10 พ.ร.บ.การพนันซึ่งมีคำขอไห้ริบของกลาง เมื่อคดีฟังได้ว่าจำเลยไห้การรับสารภาพตามฟ้องทุกประการ เช่นนี้ของกลางอันเปนของที่ไช้ไนการเล่นจึงต้องริบตาม ม.10 ที่โจทอ้าง
- ฎีกาที่ 379/2486
เป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพนัน 2 อย่างอันเป็นความผิดกรรมเดียววาระเดียวต้องลงโทษฐานเป็นเจ้าสำนักการเล่นที่มีโทษหนัก ถ้าถูกฟ้องแยกเป็น 2 สำนวน ถ้าสำนวนที่มีโทษหนักฟ้องก่อน ตัดสินที่มีสำนวนโทษเบาแม้คดีแรกตัดสินภายหลังทำให้ความผิดในคดีหลังระงับ และเมื่อลงโทษในคดีหลังแล้วโทษในคดีแรกก็เป็นระงับไปตามกฎหมาย
- ฎีกาที่ 380/2486
เข้าเล่นการพนันโดยเข้าใจผิดว่าได้รับอนุญาตให้เล่นได้โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยมีข้อแก้ตัวอันควรย่อมไม่มีความผิดตามกฎหมาย กรณีที่ถือว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงและจำเลยย่อมแก้ตัวได้ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7/2486
- ฎีกาที่ 380/2486
เข้าเล่นการพนันโดยเข้าไจผิดว่าได้รับอนุญาตไห้เล่นได้ โดยชอบด้วยกดหมาย โดยมีข้อแก้ตัวอันควนย่อมไม่มีความผิดตามกดหมาย กรนีที่ถือว่าเปนเรื่องเข้าไจผิดไนข้อเท็ดจิงและจำเลยย่อมแก้ตัวได้
- ฎีกาที่ 614/2486
การที่จะให้ผู้ให้ถ้อยคำสาบานหรือปฏิญานตนเสียก่อนหรือไม่ในการสอบสวนนั้น เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน ฉะนั้นแม้จะไม่ให้สาบานหรือปฏิญานตนก็ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไป การที่พนักงานสอบสวนเรียกผู้ให้ถ้อยคำมาแล้วอ่านถ้อยคำที่นายตำรวจผู้อื่นได้ถามและจดไว้ให้ฟังและสอบถามผู้ให้ถ้อยคำเพื่อให้รับรอง และสอบถามเพิ่มเติมนั้น ถือได้ว่าเป็นการสอบสวนที่ถูกต้อง
- ฎีกาที่ 614/2486
การที่จะไห้ผู้ไห้ถ้อยคำสาบานหรือปติญานตนเสียก่อนหรือไม่ไนการสอบสวนนั้น เปนอำนาดของพนักงานสอบสวน ฉนั้นแม้จะไม่ไห้สาบานหรือปติญานตนก็ไม่ทำไห้การสอบสวนเสียไป การที่พนักงานสอบสวนเรียกผู้ไห้ถ้อยคำมาแล้วอ่านถ้อยคำที่นายตำหรวดผู้อื่นได้ถามและจดไว้ไห้ฟังและสอบถามผู้ไห้ถ้อยคำเพื่อไห้รับรอง และสอบถามเพิ่มเติมนั้น ถือได้ว่าเปนการสอบสวนที่ถูกต้อง
- ฎีกาที่ 676/2486
คำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องคดีอาญานั้น โจทก์ต้องกล่าวเหตุให้ปรากฏในคำร้องหรือแถลงเพื่อประกอบการวินิจฉัยของศาลให้เห็นว่ามีเหตุอันควรที่จะอนุญาตให้แก้หรือไม่มิฉะนั้นศาลไม่อนุญาต
- ฎีกาที่ 676/2486
คำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องคดีอาญานั้น โจทต้องกล่าวเหตุไห้ปรากตไนคำร้องหรือแถลงเพื่อประกอบการวินิฉัยของสาลไห้เห็นว่ามีเหตุอันควนที่จะอนุญาตไห้แก้หรือไม่ มิฉะนั้นสาลไม่อนุญาต
- ฎีกาที่ 698/2486
คำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนโดยไม่มีพยานประกอบคำรับสารภาพของจำเลย เมื่อมาถึงชั้นพิจารณาของศาลจำเลยให้การปฏิเสธ แม้โจทก์จะอ้างว่าจำเลยสาบานตัวให้การรับสารภาพแล้วก็ตามศาลย่อมไม่รับฟังคำกล่าวอ้างเช่นนั้น