กฎหมายที่อ้างถึง: ป.พ.พ.
43,252 รายการ · หน้า 5 จาก 2,163
- ฎีกาที่ 620/2568
เมื่อผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจเพียงคนเดียวของบริษัทผู้คัดค้านที่ 1 ต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้ว แม้มิใช่กรณีตำแหน่งผู้แทนนิติบุคคลว่างลงที่ผู้ร้องอาจร้องขอให้แต่งตั้งผู้แทนนิติบุคคลชั่วคราวได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 73 แต่ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นกรรมการเพียงคนเดียวที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้คัดค้านที่ 1 การที่ผู้คัดค้านที่ 2 ต้องโทษจำคุกย่อมทำให้บริษัทผู้คัดค้านที่ 1 ไม่มีผู้แทนที่มีอำนาจกระทำการแทนได้ ทั้งการเป็นกรรมการเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวที่กรรมการต้องกระทำด้วยตนเองไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำแทนตนในฐานะกรรมการบริษัทได้ เมื่อไม่มีกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ ทั้งไม่มีจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น จึงต้องอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาวินิจฉัยตามมาตรา 4 วรรคสอง และเห็นได้ว่ามาตรา 73 เป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง เพราะการที่กรรมการบริษัทต้องโทษจำคุกไม่สามารถทำหน้ …
- ฎีกาที่ 6631/2568
เดิมจำเลยกู้ยืมเงินจาก พ. ต่อมามีการนำเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมกันเป็นเงินต้นและทำสัญญาใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จาก พ. เป็นโจทก์ โดยมีการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินที่จำเลยจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประกันหนี้ต่อ พ. และจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวไว้เป็นประกันหนี้โจทก์โดยใช้สัญญาจำนองเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงิน แสดงว่าจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ได้ตกลงทำสัญญาจำนองกับโจทก์โดยตรง โดยจำเลยยินยอมให้เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จาก พ. มาเป็นโจทก์ การทำสัญญาจำนองจึงไม่ใช่การโอนสิทธิเรียกร้องที่จะต้องมีการทำเป็นหนังสือหรือทำคำบอกกล่าวหรือความยินยอมเป็นหนังสืออีกต่างหาก
- ฎีกาที่ 6631/2568
เดิมจำเลยกู้ยืมเงินจาก พ. ต่อมามีการนำเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมกันเป็นเงินต้นและทำสัญญาใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จาก พ. เป็นโจทก์ โดยมีการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินที่จำเลยจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประกันหนี้ต่อ พ. และจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวไว้เป็นประกันหนี้โจทก์โดยใช้สัญญาจำนองเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงิน แสดงว่าจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ได้ตกลงทำสัญญาจำนองกับโจทก์โดยตรง โดยจำเลยยินยอมให้เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จาก พ. มาเป็นโจทก์ การทำสัญญาจำนองจึงไม่ใช่การโอนสิทธิเรียกร้องที่จะต้องมีการทำเป็นหนังสือหรือทำคำบอกกล่าวหรือความยินยอมเป็นหนังสืออีกต่างหาก
- ฎีกาที่ 7125/2568
เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้มีคำชี้ขาดแล้วว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างเป็นโมฆียะเพราะเกิดขึ้นโดยการสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลและโจทก์ใช้สิทธิบอกล้างแล้ว สัญญาดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะ คู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง และคดีที่โจทก์ฟ้องผู้รับจ้างเพื่อเรียกคืนเงินค่าจ้างศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้พิพากษาให้ผู้รับจ้างคืนเงินค่าจ้างล่วงหน้างวดที่ 1 แก่โจทก์ อันเป็นการชี้ขาดตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างตกเป็นโมฆะด้วยมีการบอกล้างโมฆียกรรมแล้ว ดังนั้น โจทก์ต้องผูกพันตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ชี้ขาดว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างตกเป็นโมฆะ เป็นผลให้นิติกรรมระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างถือว่าเป็นโมฆะย้อนหลังขึ้นไปนับแต่วันเริ่มต้นทำสัญญาเสมือนว่าโจทก์กับผู้รับจ้างไม่ได้ทำนิติกรรมกันเลย …
- ฎีกาที่ 7252/2568
หนังสือสำนักงานประกันสังคม ที่ รง 0609/ว 907 เรื่อง แนวปฏิบัติกรณีสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ส่งผู้ประกันตนไปรักษาต่อ ลงวันที่ 13 กันยายน 2548 ข้อ 2 ระบุว่า กรณีสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ไม่สามารถให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ประกันตนได้ หรือมีความจำเป็นต้องส่งผู้ประกันตนไปตรวจพิเศษ สถานพยาบาลจะต้องส่งผู้ประกันตนไปรักษาต่อ ณ สถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า โดยดำเนินการตามขั้นตอน คือ ออกหนังสือส่งตัวผู้ประกันตนไปรักษาต่ออย่างชัดเจนโดยไม่มีเงื่อนไขและรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นให้แก่สถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่าต่อไปด้วย ดังนี้ การที่โรงพยาบาล ป. ส่งผู้ประกันตนซึ่งเป็นผู้ป่วยสิทธิประกันสังคมไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล ว. ซึ่งเป็นสถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า โดยออกหนังสือส่งตัวอันเป็นการรับรองว่าโรงพยาบาล ป. จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นเป็นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในหนังสือสำนักงานประกันสัง …
- ฎีกาที่ 7470/2568
อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 ข้อเท็จจริงคดีนี้ภายหลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดลูกหนี้ชั้นต้นแล้ว โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2555 อายุความจึงสะดุดหยุดลงนับแต่นั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (3) ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนนั้นไม่นับเข้าในอายุความ และเมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดเวลาใด ให้เริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่เวลานั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/15 ดังนั้น ในวันที่โจทก์ยื่นคำขอรับชำระหนี้อันเป็นเหตุที่อายุความสะดุดหยุดลง สิทธิเรียกร้องต่อกองทรัพย์สินของลูกหนี้ผู้ล้มละลาย ย่อมเกิดขึ้นทันทีในวันดังกล่าวด้วย และเริ่มนับอายุความใหม่ได้นับแต่นั้นเป็นต้นไป การปลดจากล้มละลายเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในกฎหมายที่ให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากสภาวะล้มละลายแล้วกลับมามีอำนาจจัดการทรัพย์สินของตนภายหลังป …
- ฎีกาที่ 748/2568
การที่ภริยาจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่มีความสัมพันธ์กับสามีของตนในทำนองชู้สาวตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง ต้องเป็นกรณีที่หญิงดังกล่าวได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว โดยหญิงดังกล่าวจะต้องทราบว่าชายนั้นมีภริยาแล้ว แต่ยังจงใจละเมิดสิทธิภริยาด้วย จึงต้องรับผิดใช้ค่าทดแทน แม้จำเลยที่ 2 จะขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ก็ต้องนำพยานหลักฐานมาสืบให้ได้ความตามคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 198 ทวิ ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 ว่า จำเลยที่ 2 ได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ในทำนองชู้สาวโดยทราบว่าจำเลยที่ 1 เป็นสามีโจทก์ ซึ่งการกล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 มีความประพฤติอันผิดทำนองคลองธรรมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีโจทก์ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงและนำมาแต่ความเสื่อมเสียแก่ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเช่นนี้ ศ …
- ฎีกาที่ 7552/2568
กรมธรรม์ประกันภัย หมวดที่ 2 ข้อ 7 กำหนดข้อยกเว้นความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกว่า การประกันภัยตามหมวดนี้ ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจาก 7.4 การใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือผลักดันได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย อันเป็นเหตุยกเว้นความรับผิดที่ผู้รับประกันภัยจะยกขึ้นปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญเสียหรือความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแก่บุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหาย ข้อยกเว้นนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อบุคคลภายนอก ย่อมต้องตีความโดยเคร่งครัด เมื่อพิจารณาว่าการประกันภัยมีหลายรูปแบบ ทั้งการประกันภัยประเภทคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและการประกันภัยประเภทสมัครใจ ข้อยกเว้นดังกล่าวไม่ได้ระบุเพิ่มเติมว่า การประกันภัยต้องเป็นการประกันภัยประเภทใด จึงไม่อาจตีความขยายความให้เป็นผลเสียต่อบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายว่าเฉพาะแต่กรณีรถที่ถูกลากจูงที่ได้เอาประกันภัยประเภทสมัครใจไว้กับจำเ …
- ฎีกาที่ 7591/2568
คดีนี้จำเลยเป็นเพียงผู้รับโอนโดยซื้อทรัพย์สินซึ่งจำนองจากการขายทอดตลาดซึ่งมีเงื่อนไขให้ติดจำนองมาด้วย โดยไม่ได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2496/2563 โจทก์ไม่อาจอ้างข้อตกลงตามบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันมาเพื่อบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยนอกเหนือไปจากทรัพย์สินที่จำนองได้ ประกอบกับเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาทรัพย์จำนองไว้ 770,392 บาท และสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันระบุชัดเจนว่าจำนองเป็นประกัน 900,000 บาท โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดในภาระจำนองตามสัญญาจำนองในวงเงิน 900,000 บาท นอกจากนี้ แม้หนังสือสัญญาจำนองระบุว่าไม่คิดดอกเบี้ยก็เป็นแนวปฏิบัติของธนาคาร อ. แต่บันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกัน ข้อ ๑ วรรคสอง ระบุว่า "...ผู้จำนองยินยอมรับผิดชดใช้เงินต้นพร้อมค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถาม ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้ ค่าภาระติดพันอ …
- ฎีกาที่ 7630/2568
ข้อตกลงตามสัญญายกเลิกที่กำหนดให้จำเลยมีสิทธิหักเงินที่โจทก์ชำระแก่จำเลยไปแล้วเป็นค่าแห่งการงาน 151,410 บาท ซึ่งโจทก์อยู่ในฐานะที่ต้องจำยอมเสียเงินค่าดำเนินงานตามที่จำเลยกำหนดไว้ ไม่ว่าในความเป็นจริงแล้ว ค่าดำเนินงานดังกล่าวจะมีอยู่จริงหรือมีจำนวนน้อยกว่าที่จำเลยกำหนดไว้ โจทก์ก็จำต้องเสียค่าดำเนินงานให้จำเลยเต็มตามจำนวนที่จำเลยกำหนดไว้ในสัญญาโดยมิได้คำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่จำเลยต้องเสียไปตามความเป็นจริง ข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นข้อตกลงที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจและมีอำนาจต่อรองมากกว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้บริโภคเป็นผู้กำหนดขึ้นฝ่ายเดียว ทำให้จำเลยได้เปรียบเกินสมควร ทั้ง ๆ ที่จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาดำเนินการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด จึงเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง มีผลใช้บังคับได้เท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญ …
- ฎีกาที่ 7754/2568
เมื่อบริษัทประกันภัยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับผู้ร้องที่ 1 จึงไม่ใช่กระทำเพื่อยุติข้อพิพาทในมูลละเมิดของจำเลย แต่เป็นเรื่องที่กระทำขึ้นเพื่อตกลงยุติข้อพิพาทตามสัญญาประกันวินาศภัย ที่ผู้รับประกันภัยมีหน้าที่ตามกฎหมาย ข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความระบุไว้เพียงเฉพาะแต่ค่าสินไหมทดแทนส่วนค่าปลงศพเท่านั้น ไม่ได้รวมถึงค่าขาดไร้อุปการะที่ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นเงิน 70,000 บาท ด้วย จึงมีผลให้จำเลยหลุดพ้นความรับผิดในเงินจำนวนที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างผู้ร้องที่ 1 กับบริษัทผู้รับประกันภัยในค่าปลงศพเท่านั้น ทั้งไม่ได้ตกลงที่จะยุติข้อพิพาทในส่วนค่าสินไหมทดแทนในส่วนอื่นที่จำเลยจะต้องชำระแก่ผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องที่ 2 และผู้ร้องที่ 3 ด้วย แม้จะมีข้อตกลงในสัญญาว่า ผู้ร้องที่ 1 ในฐานะผู้รับสัญญาตกลงไม่เรียกร้องค่าเสียหายอื่นใดทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อบริษัทประกันภัยและผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีกต่อไป …
- ฎีกาที่ 7890/2568
แม้ตามคำร้องของผู้ร้องจะไม่ใช่กรณีตำแหน่งผู้แทนของบริษัทว่างลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 73 แต่ก็ไม่มีกฎหมายที่จะยกขึ้นมาปรับแก่คดีนี้ได้ ทั้งไม่มีจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นในกรณีนี้ จึงต้องอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาวินิจฉัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 4 วรรคสอง ในการตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนชั่วคราวตามบทกฎหมายดังกล่าวได้ คดีนี้ ก. และ ช. กรรมการของจำเลยกลุ่มที่ 1 กระทำการเป็นปรปักษ์ไม่ลงลายมือชื่อร่วมกับกรรมการกลุ่มที่ 2 แต่งตั้งทนายความเพื่อต่อสู้คดี ย่อมทำให้ผู้ร้องมีความจำเป็นเพื่อแก้ไขอุปสรรคและข้อขัดข้องเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย จึงชอบที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนชั่วคราวของจำเลยโดยให้ผู้ร้องสามารถลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยมีอำนาจกระทำแทนการจำเลยและแต่งตั้งทนายความเพื่อต่อสู้คดีไม่ให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทจำเลย ผู้ร้องสอดเป็นประธานกรรมการบริษัทจำเ …
- ฎีกาที่ 7903/2568
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามสัญญาจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นประกันหนี้การกู้ยืมเงินจากโจทก์ และหนี้ผิดสัญญาโอนสิทธิการขายโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล กรณีโจทก์กับสมาคมคนตาบอดจังหวัดลำพูนที่มีจำเลยเป็นนายกสมาคม ทำสัญญาให้โจทก์เป็นผู้แทนในการรับสลากกินแบ่งรัฐบาลจากสมาคมไปจำหน่ายต่อ แต่ต่อมาสมาคมและจำเลยไม่สามารถจัดส่งสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่โจทก์ได้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า หนี้ตามฟ้องทั้งสองรายการเป็นมูลหนี้เดียวกันเพราะหลังจากที่สมาคมคนตาบอดจังหวัดลำพูนไม่สามารถจัดส่งสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่โจทก์ได้ โจทก์เรียกค่าเสียหาย 700,000 บาท ต่อมาจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องเพื่อเป็นประกันหนี้พร้อมดอกเบี้ยในวงเงิน 1,308,200 บาท การจดทะเบียนจำนองดังกล่าวจึงไม่ใช่การจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้กู้ยืมเงินจากโจทก์ เพราะไม่มีการกู้ยืม …
- ฎีกาที่ 7904/2568
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตาม พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 มาตรา 3 มีลักษณะเป็นตราสารชนิดหนึ่งที่สามารถซื้อขายกันได้ และหากผู้ใดจะเข้าประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเป็นตัวแทนสัญญาซื้อขายตราสาร หรือเป็นผู้ค้าตราสาร เป็นที่ปรึกษาตราสาร เป็นผู้จัดการเงินทุนตราสาร หรือประกอบกิจการอื่นที่เกี่ยวกับตราสารนี้ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามบทบัญญัติในมาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว โจทก์และจำเลยมีเจตนาซื้อขายทองคำ โดยราคาที่ตกลงซื้อขายคือราคาขณะที่จำเลยส่งคำสั่งซื้อหรือส่งคำสั่งขาย มิใช่ราคาในอนาคต เพียงแต่จำเลยไม่ต้องชำระราคาหรือส่งมอบทองคำในขณะที่เกิดการซื้อขาย แต่สามารถชำระราคาหรือส่งมอบทองคำได้ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่สั่งซื้อหรือสั่งขาย ซึ่งก็เป็นเพียงวิธีการชำระหนี้ภายหลังตกลงซื้อขายทองคำกันแล้ว สัญญาซื้อขายทองคำตามฟ้องจึงไม่ได้มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อข …
- ฎีกาที่ 7965/2568
ฟ้องแย้งข้อ 5.2.1 และข้อ 5.2.2 เป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไขต้องพิจารณาข้อโต้แย้งสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก โดยที่สัญญาว่าจ้างรับเหมาข้อ 13 ที่ตกลงกันว่า "ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่ออุปัทวะเหตุ หรือภยันตราย ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการงานของผู้รับจ้างเอง..." นั้น เป็นเพียงการล้อตามหลักการใน ป.พ.พ. มาตรา 428 ที่ว่า "ผู้ว่าจ้างทำของ (จำเลย) ไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้าง (โจทก์) ได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง" ซึ่งกรณีความรับผิดของผู้ว่าจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 428 นี้ เป็นความรับผิดเพื่อละเมิดเนื่องจากการกระทำของตนเอง ไม่ใช่ความรับผิดแทนผู้อื่นที่จะไล่เบี้ยผู้เป็นต้นเหตุได้ หาได้มีนัยว่าให้จำเลยรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปก่อนแล้วมาไล่เบี้ยกับโจทก …
- ฎีกาที่ 7982/2568
การที่บริษัทลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้สินเนื่องจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลาย ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 135 (3) ตามนัยมาตรา 136 เป็นผลของกฎหมายล้มละลาย เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ หรือมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะทำให้หนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ. ลักษณะ 2 หมวด 5 ความระงับแห่งหนี้ การหลุดพ้นจากหนี้สินของลูกหนี้จึงเป็นเรื่องระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ในคดีล้มละลายเท่านั้น และเป็นเรื่องเฉพาะตัวของลูกหนี้ ไม่ถือเป็นข้อต่อสู้ของลูกหนี้ที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ในฐานะผู้ค้ำประกันจะมีสิทธิยกขึ้นต่อสู้โจทก์เพื่อปฏิเสธความรับผิดได้ เพราะผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นจากความรับผิดก็เมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใดตาม ป.พ.พ. มาตรา 698 ส่วนความรับผิดของจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จำนองซึ่งมีข้อตกลงยอมรับผิดในส่วนที่ขาดจนครบ (สัญญาจำนองทำขึ้นก่อนมีการแก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. มาตร …
- ฎีกาที่ 8012/2568
โจทก์ที่ 1 นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารจำเลยที่ 2 มาวางต่อจำเลยที่ 1 ผู้ว่าจ้าง เพื่อเป็นหลักประกันในการปฏิบัติตามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง ในการขอออกหนังสือค้ำประกันนั้น โจทก์ที่ 1 มีความผูกพันที่จะต้องรับผิดต่อจำเลยที่ 2 ตามบันทึกข้อตกลงการใช้สินเชื่อ (มีหลักประกัน) อันมีลักษณะที่โจทก์ที่ 1 ตกลงขอสินเชื่อจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ และให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันสองฉบับนั้น เมื่อโจทก์ที่ 1 ผิดสัญญาต่อบุคคลภายนอกหรือจำเลยที่ 1 โดยในข้อ 3 ระบุว่า เมื่อโจทก์ที่ 1 ยินยอมให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันไปแล้ว โจทก์ที่ 1 จะนำเงินมาชำระหนี้ที่ค้างชำระทั้งจำนวนทันทีและยินยอมชำระดอกเบี้ยในอัตราเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเงินที่จำเลยที่ 2 ประกาศเรียกเก็บจากลูกค้าในกรณีผิดนัดชำระหนี้ ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผูกพันต่อจำเลยที่ 1 ตามหนังสือค้ำประกันทั้งสองฉบับที่มีใจความสำค …
- ฎีกาที่ 8184/2568
พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 8 วรรคสอง บัญญัติว่า "ที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้จับจอง แต่ยังไม่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะโอนไปไม่ได้เว้นแต่จะตกทอดโดยทางมรดก" ซึ่งการตกทอดโดยทางมรดกนั้น มี 2 กรณี คือ ตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมและตกทอดแก่ผู้รับพินัยกรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1603 เมื่อมาตรา 8 วรรคสองแห่ง พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ใช้ถ้อยคำว่าตกทอดโดยมรดก จึงหมายถึงทั้งทายาทโดยธรรมและผู้รับพินัยกรรมย่อมมีสิทธิตามมาตรานี้ เพราะหากกฎหมายประสงค์ให้หมายถึงเฉพาะทายาทโดยธรรมแล้ว ย่อมระบุให้ชัดแจ้ง เช่นตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2497 มาตรา 10 ว่า "ที่ดินที่ได้อนุญาตให้จับจองไปนั้น จะโอนไม่ได้เว้นแต่จะตกทอดไปยังทายาทโดยธรรมโดยทางมรดก" เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่านาย ผ. ทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ …
- ฎีกาที่ 8188/2568
ความปรากฏในหนังสือสัญญากู้เงินว่า จำเลยยอมเสียดอกเบี้ยเงินกู้ซึ่งเกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี อันเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ประกอบมาตรา 654 และ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 (1) อันทำให้เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ในหนังสือสัญญากู้เงินได้เลย โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันที่ชำระหนี้เงินกู้ให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลย และเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 693 และมาตรา 229 (3) โจทก์จึงชอบที่จะใช้สิทธิทั้งหลายบรรดาที่เจ้าหนี้มีอยู่โดยมูลหนี้ที่บังคับตามกฎหมายได้เท่านั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 226 วรรคหนึ่ง โจทก์จะใช้สิทธิเหนือไปกว่าสิทธิของเจ้าหนี้ที่มีอยู่แก่จำเลยไม่ได้ แม้จำเลยจะไม่ได้ให้การต่อสู้เรื่องโจทก์ชำระดอกเบี้ยที่เป็นโมฆะให้แก่เจ้าหนี้ไว้ อันเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ตาม ป.วิ.พ. มา …
- ฎีกาที่ 8248-8249/2568
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 มีเจตนารมณ์มุ่งหมายที่จะคุ้มครองลูกจ้างมิให้ถูกนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่เป็นธรรม อันเป็นการสร้างหลักประกันความมั่นคงในการทำงานของลูกจ้างและเป็นการคุ้มครองป้องกันไม่ให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยปราศจากเหตุผลที่สมควรและเพียงพอแก่การเลิกจ้าง โดยเมื่อความปรากฏต่อศาลแรงงานกลางว่า นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ศาลแรงงานมีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างเข้าทำงานต่อไป หรืออาจให้นายจ้างชดใช้ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่ลูกจ้างได้ ทั้งนี้เพื่อให้การใช้แรงงานเป็นไปอย่างเป็นธรรมและคุ้มครองลูกจ้างไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวนับได้ว่า เป็นกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้ายกเว้นไม่ให้ลูกจ้างได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ ข้อตกลงดัง …